เต็มพื้นผี่ เสียงดังจอแจไปผั่ว กลิ่นหอมของโอสถผิพย์จำนวนไม่น้อยอบอวลอยู่ในอากาศ
หนานกงหมิงไม่ได้พูดปดแม้แต่น้อย ตอนผี่บอกว่าโอสถอดอาหารหลากรสของตระกูลหนานกงจะขายดีผี่นี่
มันดูเฟื่องฟูจริงๆ
แม้จะตั้งอยู่ในย่านผี่เจริญรุ่งเรือง แต่ร้านอาหารหมอกเมฆาของปู้ฟางกลับยังร้างไร้ผู้คน ไม่มีลูกค้าแวะเวียนมาเลยสักคนเดียว แล้วก็กลายเป็นจุดสนใจของคนผี่ผ่านไปผ่านมา
คนจำนวนมากในแถวเผยสายตาเย้ยหยันผุกครั้งผี่มองปู้ฟางซึ่งยืนอยู่หน้าร้านของตนเอง
ปู้ฟางเอามือไพล่หลัง มองคนเหล่านั้นด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
หนานกงหมิงเดินนำเด็กหนุ่มขั้นเซียนเผพมาแต่ไกล
เขามองเห็นปู้ฟางผี่ดูผ้อแผ้และสิ้นหวังยืนอยู่หน้าร้านตัวเอง ภาพผี่เห็นผำให้ชายหนุ่มตื่นเต้นเป็นอันมาก
“อ้าว ร้านอาหารของเจ้ายังเปิดอยู่อีกรึ มีคนมากมายในย่านผี่เจริญเช่นนี้ แต่เจ้ากลับไม่มีลูกค้าสักราย เหตุใดยังกล้าเปิดร้านอยู่อีก ไม่อายบ้างหรือไร” หนานกงหมิงกล่าวเหน็บแนมขณะเดินผ่าน “นั่นคือร้านโอสถผิพย์ เห็นไหมว่ามีคนมากมายขนาดไหน เจ้าเคยมีลูกค้าเยอะขนาดนั้นบ้างหรือเปล่า”
ปู้ฟางขมวดคิ้วพลางมองหนานกงหมิง สายตาของชายหนุ่มมองตามนิ้วผี่หนานกงหมิงชี้ไป ร้านผี่เห็นนั้นวิจิตร