นั้นอย่างจริงจั ง แล้วพบว่าเจ้าของร้านเปิดใหม่ไม่ใช่หนานกงหมิงที่เพิ่งมาก่อกวนกันไป
เจ้าของร้านเป็นหญิงสาวผมแดง รูปร่างเย้ายวนชวนฝัน นางสวมผ้าคลุมหน้าเลยมองไม่เห็นใบหน้า แต่ทรวดทรงองค์เอวอวบอัดนั้นเด่นชัดมาก
ทันทีที่เปิดกิจการ คนก็หลั่งไหลมาที่ร้านโอสถทิพย์ของนางอย่างต่อเนื่อง การค้าของนางดูเหมือนจะรุ่งเรือง กิจการที่เฟื่องฟูของร้านทำให้แถวนี้มีคนไปมาพลุกพล่าน
กระนั้นก็ดี แม้ว่าแถวนี้จะมีคนมากขึ้น ร้านอาหารหมอกเมฆาก็ยังโล่งร้างผู้คนเช่นเดิม
บรรดาลูกค้าที่แห่มาร้านโอสถทิพย์เผยรอยยิ้มหยันขณะเดินผ่านร้านอาหารหมอกเมฆา
“อ้าว! มีร้านอาหารในเมืองหมอกนภาของเราด้วยรึ”
“ร้านอาหารในเมืองเจ๊งหมดแล้วไม่ใช่หรือ ทำไมยังเหลือร้านนี้อยู่อีก”
“โถๆๆ น่าเวทนาที่ไม่มีลูกค้าในร้านสักคน เป็นโศกนาฏกรรมของคนค้าขายโดยแท้”
…
ฝูงชนพากันทำไม้ทำมือใส่ร้านแล้วมองปู้ฟางที่นั่งอยู่หน้าร้านด้วยสายตาเย้ยหยัน
แถวของคนที่รอเข้าร้านเปิดใหม่ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามยาวเหยียดออกมาถึงหน้าร้านอาหารหมอกเมฆา
บางคนถึงขนาดยกเก้าอี้ในร้านมานั่งด้วยซ้ำ
ปู้ฟางยกยิ้มมุมปาก เขาไม่คิดถือสาคนพวกนั้น
ปู้ฟางมองคนที่ต่อแถวจนยาวเหยียดมาถึงหน้าร้านของตน แล้