นี้ยังเป็นงานที่หนักหน่วงและไร้รางวัลตอบแทนด้วย
ด้วยเหตุนี้ปู้ฟางจึงรู้สึกลังเลที่จะครุ่นคิดอย่างจริงจังว่าจะทำอาหารจานใดดี
หยางเหม่ยจี๋ทอดถอนใจขณะมองปู้ฟางจอมเกียจคร้าน เพราะนางไม่มีหนทางอื่นและกำลังจนตรอกอยู่หรอกนะ นางถึงได้หยิบยื่นร้านนี้ให้ปู้ฟาง
วันนั้นมีหลายคนมาที่ร้านอาหารหมอกเมฆา คนเหล่านี้สวมชุดนักเล่นแร่แปรธาตุอันโดดเด่น พวกเขามารับหยางเหม่ยจี๋ที่ก็สวมชุดนักเล่นแร่แปรธาตุบนร่างกายอันใหญ่โต แต่ชุดดังกล่าวดูเห หมือนจะปริออกมาได้ทุกเมื่อ นางมองปู้ฟางด้วยสายตาเคร่งขรึมพลางเอ่ยขึ้น…
“ข้าจะไปหอโอสถสักหน่อย หวังว่าตอนที่ข้ากลับมาท่านคงจะไม่เสียร้านไปแล้ว”
ปู้ฟางพยักหน้าโบกไม้โบกมือเป็นการบอกว่าไม่ต้องกังวลไปและให้วางใจในตัวเขา
แต่หยางเหม่ยจี๋ไม่รู้สึกวางใจสักนิด ความเกียจคร้านของปู้ฟางทำให้นางวิตกกังวล ขณะที่หยางเหม่ยจี๋ออกจากร้านอาหารหมอกเมฆาไปพร้อมกลุ่มนักเล่นแร่แปรธาตุ รัศมีความเป็นนักเล่นแร่แปร รธาตุก็ดูเหมือนจะแผ่ออกมาจากร่างของนางเล็กน้อย
ปู้ฟางที่นอนแผ่อยู่บนเก้าอี้มองส่งนางด้วยสายตา จากนั้นก็หาวอย่างเฉื่อยชา มีร้านหนึ่งมาเปิดใหม่อยู่ฝั่งตรงข้ามร้านอาหาร ระหว่างนอนบนเก้าอี้ ปู้ฟางก็สังเกตร้าน