าชามเข้าด้วยกันเพื่อสร้างวงแหวนปราณอาหารเลิศรสนั้น จัดว่าเป็นงานที่หนักหนาสาหัสสำหรับพลังจิตของเขามาก จนทำให้ชายหนุ่มรู้สึกมึนหัวขึ้นมา
พออาบน้ำเสร็จ ปู้ฟางก็คลานขึ้นเตียงแล้วเข้าสู่ห้วงนิทราไปในที่สุด
…
ต้วนอวิ๋นออกจากร้านเล็กๆ ของฟางฟาง เขาเงียบเป็นเป่าสากขณะเดินไปนั่งบนเก้าอี้ในร้านโอสถทิพย์ของตนเองเพื่อครุ่นคิดเรื่องราวต่างๆ พลางกวาดสายตามองเตาเล่นแร่แปรธาตุในร้าน
หลังจากผ่านไปสักพัก เขาก็ลุกขึ้นยืนแล้วถอนหายใจออกมา ชายหนุ่มเดินกลับเข้าห้องไปเก็บข้าวเก็บของเตรียมเดินทางออกจากเมืองในคืนนั้น เขาหันมองนครหลวงด้วยสายตาละห้อยหา จากนั้นก็จากเมืองไป
การต่อสู้เมื่อวานนี้ส่งผลต่อจิตใจของเขาเป็นอย่างมาก หากต้วนอวิ๋นต้องการจะใช้ชีวิตอย่างไม่มีใครมากวนใจ เขาจะต้องมีพลังปราณที่แข็งแกร่งพอจะปกป้องตนเองได้ ด้วยขั้นปราณครึ่งๆ กลางๆ เช่นนี้ หากวันหนึ่งเขาไปเจอคู่ต่อสู้ที่ต่อกรด้วยยาก... เห็นทีชีวิตสงบสุขที่เขาถวิลหาจะไม่มีวันเกิดขึ้นจริง
แม้แต่คนที่แข็งแกร่งเช่นปู้ฟางก็ยังหนีไม่พ้นความจริงข้อนี้
…
ณ ท้องพระโรงหลวงของนครหลวงจักรวรรดิวายุแผ่ว จีเฉิงเสวี่ยและขุนนางแห่งราชสำนักใช้เวลาทั้งคืนในการคิดแผนการฟื้นฟูบริเ