จนพูดอะไรไม่ออก
จีเฉิงเสวี่ยยืนขึ้น ร่างซวนเซไปมาจนต้องเอามือยันกำแพงไว้ ขาสองข้างยังสั่นไม่หายจากความหวาดกลัว เหล่าขั้นเซียนเทพบุกนครหลวงระลอกแล้วระลอกเล่าจนทำเอาผู้เป็นจักรพรรดิหัวใจแทบวาย
เขาพยายามคิดหาเหตุผลว่าทำไมการเป็นจักรพรรดิถึงยากเย็นเพียงนี้
ในรัชสมัยของบิดา การปรากฏตัวของยอดฝีมือที่มีปราณระดับแปดขั้นเทพแห่งสงครามจัดได้ว่าเป็นปรากฏการณ์ที่พิเศษแล้ว บัดนี้เมื่อถึงตาของเขา ยอดฝีมือปราณระดับเจ็ดขั้นนักพรตยุทธการและระดับแปดขั้นเทพแห่งสงคราม… กลายเป็นของธรรมดาเหมือนผักกะหล่ำตามร้านขายของขนาดใหญ่ ที่น่าสะพรึงกว่านั้นคือการปรากฏตัวของยอดฝีมือขั้นเซียนเทพสองสามรายต่างหาก... เขาอดสงสารตัวเองไม่ได้ที่ต้องมาเจองานยากลำบากเช่นนี้
จีเฉิงเสวี่ยยืนพิงกำแพง เขามองไปยังใจกลางนครหลวงเป็นอย่างแรก การได้เห็นเมืองที่มีแต่ซากปรักหักพังทำให้ชายหนุ่มต้องถอนหายใจยาว นครหลวงครอบคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่ แต่ศึกครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อเมืองถึงสองในสามส่วน
สิ่งเดียวที่ทำให้พอเบาใจได้คือวังหลวงไม่ได้รับความเสียหาย หากที่พำนักของเขาถูกทำลาย จีเฉิงเสวี่ยคงรู้สึกว่าการเป็นจักรพรรดิเป็นงานที่ลำบากยากแค้นเหลือแสนเป็นแน