“ส่งหมื่นไฟบรรลัยกัลป์มา… ถ้าไม่อยากตาย!”
พอประกาศถ้อยคำเสร็จ ความรู้สึกกระหายเลือดก็พุ่งออกมาจากร่างของต้วนหลิง ความรู้สึกนี้รุนแรงมากเสียจนเกือบจะก่อตัวเป็นร่างของปีศาจที่คอยคุ้มกันอยู่เบื้องหลังเขา
หัวใจของทุกคนเต้นโครมคราม พวกเขาถอยหลังหนีสองก้าวทั้งใบหน้ายังซีดเผือด
คลื่นพลังหมุนวนและแผ่ไปทั่วในอากาศ คนที่ยืนอยู่ใกล้รู้สึกเหมือนหัวใจถูกกดทับ ราวกับว่าถูกดึงรั้งไว้ด้วยหินก้อนใหญ่
ปู้ฟางยังนิ่งเหมือนเดิม พูดให้ถูกคือสีหน้าของเขาไร้ซึ่งการเปลี่ยนแปลงใดๆ
“เจ้าอยากได้หมื่นไฟบรรลัยกัลป์รึ” ปู้ฟางพูดเสียงเบา
น้ำเสียงนั้นแผ่วเบาแต่ก็ยังสงบนิ่งไร้ซึ่งอารมณ์ ความเงียบที่เกิดจากพลังกดดันของต้วนหลิงที่ปล่อยออกมาครอบงำทุกคนถูกชะไป คำพูดของปู้ฟางก้องกังวานไปทั่วอยู่ชั่วอึดใจหนึ่ง
ต้วนหลิงเดินทอดน่องมาข้างหน้า เสียงฝ่าเท้าบดขยี้หินฟังดูขนลุกขนพอง
“เจ้าเก็บหมื่นไฟบรรลัยกัลป์ไว้ไม่ได้… ของล้ำค่าหายากเช่นนี้ไม่คู่ควรกับเจ้า ส่งมันมาแล้วข้าจะไว้ชีวิต ไม่อย่างนั้น… ความตายคือจุดจบของเจ้า”
น้ำเสียงของต้วนหลิงยังคงฟังดูไม่เป็นมิตร
หากไม่ใช่เพราะปู้ฟางชิงหมื่นไฟบรรลัยกัลป์มา เขาอาจใช้มันทำลายพันธนาการของขั้นเซียนเทพและก้าว