ขึ้นสู่ขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์ได้สำเร็จไปแล้ว ไม่จำเป็นต้องเสียเวลามาชิงไฟกลับไปด้วยซ้ำ
“สิ่งที่เจ้าต้องการคือสิ่งนี้หรือ” ปู้ฟางพูดอย่างเย็นชา
จากนั้นชายหนุ่มก็อ้าปากแล้วพ่นเปลวเพลิงสีทองออกมา เพลิงนั้นออกมาลอยอยู่เหนือฝ่ามือของเขา
“หือ? เถ้าแก่ปู้… พ่นไฟรึ?!”
ทุกคนในร้านมองปู้ฟางด้วยสายตางุนงงและตื่นตกใจ เถ้าแก่ปู้มีวิชาพิเศษเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน
พวกเขาจ้องเปลวเพลิงสีทองที่ลุกโชนอยู่บนมือของปู้ฟางเงียบๆ แววตาเต็มไปด้วยความพิศวง
เปลวเพลิงนี่… ดูพิเศษไม่เหมือนใคร!
ชั่วลมหายใจที่ต้วนหลิงเห็นเปลวเพลิง พลังปราณทั้งหมดในตัวของเขาก็ระเบิดออกมาอีกครั้ง นัยน์ตาของเขาหดแคบขณะมองหมื่นไฟบรรลัยกัลป์ด้วยความปรารถนา
ใช่! นี่คือหมื่นไฟบรรลัยกัลป์ คือเปลวเพลิงที่เขาใฝ่ฝัน!
แต่เดี๋ยวก่อน...
“เหตุใดพลังของหมื่นไฟบรรลัยกัลป์ถึงดูแปลกพิลึก มันถูกใช้ไปแล้วรึ เป็นไปได้อย่างไร ไอ้กระจอกระดับเจ็ดจะไปเก่งกล้าจนสามารถใช้พลังของหมื่นไฟบรรลัยกัลป์ได้อย่างไรกัน”
สายตาของต้วนหลิงคมกริบขึ้นเรื่อยๆ ส่วนพลังปราณที่ปล่อยออกมาก็ผันผวนไม่สม่ำเสมอ สีหน้าที่จับจ้องหมื่นไฟบรรลัยกัลป์เปลี่ยนจากประหลาดใจไปเป็นสับสน จากนั้นก็เดือดดาล...
ฟุ่บ…
ปู