้ฟางกำหมัดดับเปลวเพลิงทิ้งไปก่อนพูดอย่างเฉื่อยชา “ไฟนี่หลอมรวมเข้ากับร่างของข้าไปแล้ว ข้าให้เจ้าไม่ได้ ไสหัวไป”
หลังพูดจบประโยค ปู้ฟางก็ไม่สนใจต้วนหลิงที่เดือดจัดจนแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้อีก เขาหันหลังกลับแล้วเดินตรงไปยังโถใส่พระกระโดดกำแพง
อาหารจานนี้ยังปล่อยไอร้อนและกลิ่นหอมรัญจวนออกมาอย่างต่อเนื่อง กลิ่นหอมเย้ายวนชวนให้ใจของทุกคนต่างหลงใหล
ปู้ฟางหยิบชามกระเบื้องสีฟ้าขาวออกมาแล้วบรรจงตักน้ำซุปสีทองระเรื่อจากโถ
น้ำซุปนั้นเข้มข้นและอัดแน่นไปด้วยพลังปราณจำนวนมาก
“เอาไปให้แม่ทัพเซียวเหมิงดื่ม อาหารโอสถทิพย์นี้มีชื่อว่าพระกระโดดกำแพง น่าจะช่วยขจัดพิษในร่างกายของเขาได้” ปู้ฟางตักซุปใส่ชามกระเบื้องจนเต็มแล้วส่งให้เซียวเยียนอวี่
เซียวเยียนอวี่มีท่าทางเงอะงะเพราะมัวแต่งุนงงอยู่ สุดท้ายเมื่อตั้งสติได้นางจึงรีบรับชามกระเบื้องจากมือปู้ฟางทันที
ปู้ฟางยังทำตัวใจเย็นไม่ยินดียินร้ายอะไรได้ดังเดิม… ทั้งที่คนซึ่งยืนอยู่ด้านนอกใกล้จะระเบิดด้วยโทสะเต็มทนแล้ว แต่ชายหนุ่มกลับตักน้ำซุปอย่างสงบนิ่ง
ต้วนหลิงรวบรวมพลังปราณพลางยกกระบี่อสุราขึ้นก่อนชี้มันใส่ปู้ฟาง เขาใช้ปลายนิ้วเท้าแตะพื้นเบาๆ ส่งตัวเองลอยขึ้นสู่เวหา แล้