ในการทำพระกระโดดกำแพงนั้นเหนือกว่ากระทะเทพแห่งโชคชะตาชนิดไม่เห็นฝุ่น
เม็ดเหงื่อมากมายหยดจากร่างของปู้ฟางจนทำให้เสื้อผ้าเปียกโชก เขาเริ่มหอบ ร่างกายเริ่มถึงขีดจำกัด
ทันใดนั้นเองรูม่านตาของชายหนุ่มก็หดแคบลง
พระพุทธองค์ที่ผุดผ่องเหมือนจริงบนฝาโถกระเบื้องเริ่มสมจริงขึ้นเรื่อยๆ ราวกับมีเสียงหัวเราะเบาๆ ดังก้องอยู่ในครัว ลำแสงสีทองพุ่งออกมาจากพระพุทธองค์แล้วทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
เมื่อเห็นลำแสงนั้น ความเครียดของปู้ฟางก็มลายหายไป
ปู้ฟางที่นั่งหลังตรงอยู่บนเก้าอี้รู้สึกเหมือนร่างของตนหมดสิ้นเรี่ยวแรง เขาทิ้งตัวลงบนเก้าอี้อย่างอ่อนเพลียพลางหอบหายใจ ทั้งตัวชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ กระนั้นชายหนุ่มยังเผยอมุมปากเผยรอยยิ้มพึงพอใจออกมา
“สุดท้าย… ข้าก็ทำสำเร็จจนได้ เหนื่อยชะมัดยาด”
ขนาดปู้ฟางที่เป็นคนสุขุมและเยือกเย็นยังต้องโอดครวญกับความยากของงานนี้
ทั้งที่ปากโอดครวญสารพัด แต่ในใจของชายหนุ่มมีแต่ความปีติยินดี เขารู้สึกว่าหลังจากปรุงพระกระโดดกำแพงสำเร็จ พลังปราณเที่ยงแท้ในการทำอาหารของเขาก็ทะลวงผ่านคอขวดและพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด
เปลวเพลิงอัคนีแห่งสวรรค์และปฐพีใต้กระทะกลุ่มดาวเต่าดำค่อยๆ สลายไป เลือดมังกรเริ่มเย็นตั