เมืองให้แบนเละจนกว่าปู้ฟางจะยอมออกมา หลังจากที่กระโดดไปยืนบนกำแพงเมืองได้ มันก็จัดการกระทืบเท้าลงบนพื้นที่ที่คนอยู่กันหนาแน่น
บรรดาชาวเมืองที่อยู่ใต้รัศมีฝ่าเท้ารีบวิ่งหนีตายกันจ้าละหวั่น ดวงตาเต็มไปด้วยความประหวั่นพรั่นพรึง เคราะห์ดีที่จีเฉิงเสวี่ยสั่งอพยพชาวเมืองไว้ล่วงหน้าก่อนแล้ว มิเช่นนั้นคนที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้คงมากเกินกว่าจะนับไหว
เสียงกระแทกดังลั่น ส่งให้ตึกรามบ้านช่องมากมายกลายเป็นซากปรักหักพังทันที แรงกระทืบนั้นทำให้ตึกทรุดตัวลง พื้นยุบลงไปเป็นโพรง
เมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับตา จีเฉิงเสวี่ยก็โกรธมากเสียจนใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีดำทะมึน เขารู้สึกว่าตนนั้นไร้ความสามารถอย่างสิ้นเชิง แม้แต่จะหยุดไม่ให้คางคกตัวนี้ทำลายบ้านเมืองของตนก็ยังทำไม่ได้
ถึงเขาจะเป็นจักรพรรดิแต่ก็ไม่ได้มีพลังปราณแก่กล้ามาก หากต้องเผชิญหน้ากับขั้นเซียนเทพ เขาคงจะตายก่อนได้ทันอ้าปาก
ทันทีที่ปู้ฟางเดินออกจากจวนตระกูลเซียวมา คางคกก็พลันสัมผัสได้ถึงพลังของชายหนุ่ม นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้คางคกรีบพุ่งเข้าใส่เมืองในตอนแรก การที่มีอสูรเวทตัวใหญ่ยักษ์ขนาดนี้มาบุกเมืองนับเป็นเรื่องอันตรายร้ายกาจมากทีเดียว ต่อหน้าอสูรร้ายเช่นนี้