เหล่าผู้ฝึกตนจากดินแดนป่ารกชัฏที่นั่งอยู่บนคางคกขาเดียวก็ออกโรงเช่นกัน
เกิดการปะทะกันทันที เป็นการต่อสู้ของเหล่าขั้นเซียนเทพทั้งหลาย
ปู้ฟางกับต้วนอวิ๋นสังเกตการณ์อยู่ไกลๆ พวกเขาเองก็ถูกฝูงอสูรเวทล้อมไว้เช่นกัน จนถึงขั้นที่ต้องปีนขึ้นมาหลบอยู่บนกิ่งของต้นไม้
คนทั้งคู่อยู่ไม่ห่างจากหลุมเพลิงนัก ส่วนผู้สังเกตการณ์คนอื่นๆ ก็ล้วนประสบกับสถานการณ์นี้ไม่ต่างกัน
ทันใดนั้นอสูรเวทสองตัวก็พุ่งใส่พวกเขาพร้อมเสียงคำรามดุดัน
ต้วนอวิ๋นรวบรวมสติแล้วเรียกเพลิงสังเคราะห์ออกมา เปลวเพลิงที่ลุกโชนอยู่รอบกายยักย้ายไปมาต้านทานไม่ให้อสูรเวททุกตัวพุ่งเข้าใส่
เพลิงสังเคราะห์นี้ทำให้ความสามารถในการต่อสู้ของต้วนอวิ๋นสูงขึ้น แม้ว่ามันจะเทียบกับเปลวเพลิงอัคนีแห่งสวรรค์และปฐพีไม่ได้ แต่ก็ยังเหนือกว่าไฟธรรมดาอยู่โข
แต่ปู้ฟางก็จัดการอสูรเวทเหล่านี้ได้ง่ายดายกว่า
หรือพูดอีกอย่างคือ ออกแรงน้อยกว่า
มีดทำครัวกระดูกมังกรทองสีดำขลับปรากฏในมือของชายหนุ่มพร้อมควันบางๆ เขาสะบัดนิ้วพลางควงมีดด้วยท่วงท่าสบายๆ พลังน่าเกรงขามของมังกรพุ่งออกมาจากมีด ทำเอาเหล่าอสูรเวทหวาดกลัวเป็นอย่างมาก แค่ปู้ฟางกระแทกมีดพวกมันก็แผ่หลาลงบนพื้นแล้