ุโสแห่งสำนักเจดีย์นภากระจ่างตะโกนอย่างโกรธเกรี้ยว “ยิงเลย!”
วืด! วืด! วืด!
ลูกธนูมากมายที่เรืองแสงด้วยพลังปราณเที่ยงแท้พุ่งเข้าใส่ชายหนุ่มผมเทา แม้เขาจะยืนอยู่บนต้นไม้สูง แต่ระยะห่างระหว่างเขาและคนจากสำนักเจดีย์นภากระจ่างเบื้องล่างก็เรียกได้ว่าใกล้มาก ห่าฝนธนูจึงพุ่งขึ้นท้องฟ้าตรงไปยังเขาทันที
ศิษย์จากสำนักเจดีย์นภากระจ่างได้รับการฝึกยิงธนูมาเป็นอย่างดีทุกคน และเมื่อร่วมมือกัน จะสามารถยิงห่าฝนธนูให้ปกคลุมทั่วท้องฟ้า จนทำให้ศัตรูหาทางหนีได้ลำบาก
ศิษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดของสำนักมีปราณอยู่ที่ระดับเจ็ดขั้นนักพรตยุทธการ ส่วนคนที่อ่อนแอที่สุดอยู่ที่ระดับห้า ห่าฝนธนูนี้สามารถทำให้แม้แต่ขั้นเทพแห่งสงครามระดับแปดร้อนๆ หนาวๆ ได้เลยทีเดียว
แต่ชายหนุ่มผมเทาก็ทำเพียงพ่นลมเยาะ มุมปากของเขายกขึ้นเป็นรอยยิ้มเดียดฉันท์เมื่อเห็นห่าฝนธนูตรงหน้า มือของเขาส่องแสงสว่างเจิดจ้า จากนั้นลูกไฟก็ปรากฏขึ้นในฝ่ามือ เพลิงนั้นเผาไหม้ร้อนแรงจนทำให้อากาศรอบๆ บิดเบี้ยวไปทันที พอชายหนุ่มวาดแขนไปข้างหน้า กำแพงไฟก็พลันก่อตัวขึ้นรอบกายเขา
ทันทีที่ห่าฝนธนูปะทะเข้ากับกำแพงไฟ ประกายไฟก็กระจายไปทั่ว แม้พลังของธนูแต่ละดอกจะแข็งแกร่ง แต่ก็ไม่สามารถเจาะทะลุม่านไฟได้แม้แต่น้อย
“นั่นมันเปลวเพลิงอัคนีแห่งสวรรค์และปฐพีหรือ” ชายชราจากสำนักเจดีย์นภากระจ่างสูดลมเย็นเข้าปอด เขามุ่นคิ้วเข้าหากันแล้วเริ่มคิดวิเคราะห์
ไม่สิ…จะเป็นเปลวเพลิ