การหั่นเนื้องูให้เป็นชิ้นเล็กๆจากนั้นก็สับมันไปเรื่อยๆ จนเนื้องูสีแดงละเอียด
หลังจากที่สับอยู่นาน เนื้องูก็กลายเป็นก้อนเนื้อบดที่ติดอยู่บนเขียงที่เขานำมาด้วย ตอนนั้นเองข้าวโลหิตมังกรก็ลอยขึ้นบนผิวน้ำ ส่งกลิ่นหอมสดชื่นพร้อมพลังปราณที่กระจายตัวออกจากหม้อ
พลังปราณจากข้าวชนิดนี้หนาแน่นมาก และกำลังก่อตัวขึ้นเรื่อยๆ รอบหม้อ เปลี่ยนสภาพเป็นเมฆรูปมังกรตัวเล็กที่เลื้อยคดเคี้ยวไปมาเหนือหม้อ
ปู้ฟางจัดการควงมีดทำครัวกระดูกมังกรทองในมือ ก่อนจะหยิบเขียงไม้ขึ้นมา แล้วแบ่งเนื้องูบดเป็นก้อนๆ ใส่ลงไปในหม้อทีละก้อน
น้ำหล่อวิญญาณที่เดือดอยู่เข้าล้อมเนื้องูทันที ทำให้เนื้อกระเด้งกระดอนไปมาสองสามรอบ ก่อนจะจมลงไปที่ก้นหม้อพร้อมเสียงดังจ๋อม ราวกับว่าไอน้ำรูปมังกรรอบหม้อกินลูกชิ้นเนื้องูเข้าไปอย่างไรอย่างนั้น
ไม่นานเขาก็ใส่เนื้องูบดลงไปในหม้อจนหมด กลิ่นหอมของเนื้อเริ่มลอยออกจากหม้อ พร้อมกลิ่นหอมสดชื่นและพลังปราณจากข้าวโลหิตมังกร เมื่อทั้งสองกลิ่นผสานเข้าด้วยกันก็กลายสภาพเป็นกลิ่นที่มีเอกลักษณ์ในตัวขึ้นมาทันที
ปู้ฟางรวบรวมพลังปราณเที่ยงแท้เอาไว้ในมือ แล้ววางมือไว้บนขอบหม้อเหล็ก จากนั้นก็หรี่ตาลงเล็กน