เดินไปที่ร้านของปู้ฟางพร้อมผู้ติดตามสองสามคน
มีเพียงร้านของปู้ฟางเท่านั้นที่ยังตั้งตระหง่านสมบูรณ์แบบอยู่ท่ามกลางกองหินดินทราย จะบอกว่าดูเหมือนปาฏิหาริย์ก็ไม่ผิดนัก
สุนัขสีดำตัวอ้วนนอนขดอยู่หน้าร้าน กำลังหลับอุตุอย่างมีความสุข
ส่วนเจ้าของร้านร่างสูงโปร่งก็กำลังถือไม้กระดานเตรียมปิดร้าน
เซียวเสี่ยวหลงและโอวหยางเสี่ยวอี้เดินออกจากร้านมา ทั้งสองตกใจเป็นอันมากกับภาพที่เห็น
“เถ้าแก่ปู้… ข้าไม่รู้จะขอบคุณเจ้าอย่างไรดีสำหรับความช่วยเหลือของเจ้าในวันนี้ หากไม่ใช่เพราะเจ้า จักรวรรดิวายุแผ่วของเราคงต้องตกอยู่ในอันตรายมหันต์”
เมื่อจีเฉิงเสวี่ยเห็นปู้ฟาง เขาก็ก้าวยาวๆ เข้าไปหาชายหนุ่มอย่างรีบร้อน ก่อนจะผสานมือเพื่อแสดงความขอบคุณจากใจจริง
บรรดาขุนนางด้านหลังจีเฉิงเสวี่ยต่างนิ่งอึ้งทำอะไรไม่ถูก พวกเขามองปู้ฟางเหมือนชายหนุ่มเป็นปีศาจอะไรสักอย่าง… แม้จะรู้ดีว่าร้านนี้แข็งแกร่งเกินใคร แต่ก็ไม่มีใครคาดคิดว่าจะถึงกับสังหารผู้ฝึกตนขั้นเซียนเทพได้… มันจะน่ากลัวเกินไปแล้ว
“ไม่ต้องขอบคุณข้า ตาแก่นั่นหาเรื่องข้าเอง เจ้าก็น่าจะรู้ดี… ร้านเราไม่ต้อนรับพวกชอบก่อความไม่สงบ สุดท้ายแล้วจบไม่เคยสวยสักราย” ปู้ฟางหยุดสิ่งที่ตนเ