เซียวเยวี่ยรีบพุ่งไปประคองเซียวเหมิง ใบหน้าของเขาถมึงทึงขึ้นมาทันที
ชายหนุ่มดึงกระบี่บนหลังออกจากฝัก ลำแสงจากกระบี่กะพริบอยู่เหนือตัวของเขา ดูราวกับเป็นดาวหางที่กำลังผ่าท้องฟ้าออกเป็นสองซีก โดยมีจุดหมายอยู่ที่ผู้อาวุโสซุน
“เจ้าอยากลองกับข้าสักตั้งรึ” กล้ามเนื้อทุกมัดบนตัวผู้อาวุโสซุนปูดโปนเต้นตุบๆ พลังปราณเที่ยงแท้ระเบิดออกจากมือ พลังกดดันน่ากลัวทับโถมลงมาบนร่างของเซียวเยวี่ย กดทับตัวชายหนุ่มเอาไว้
“ผู้อาวุโสซุน ควบคุมอารมณ์หน่อย”
จ้านคงที่เงียบมาตลอดก้าวขึ้นมายืนบังเซียวเยวี่ยเอาไว้ จากนั้นก็โบกมือเพื่อไล่พลังกดดันของผู้อาวุโสซุนทิ้งไป
สีหน้าของเซียวเยวี่ยเย็นเยียบขณะเก็บกระบี่เข้าฝัก ชายหนุ่มไม่ชอบขี้หน้าผู้อาวุโสซุนแม้แต่น้อย
จ้านคงมีตำแหน่งเป็นถึงขุนพลของสำนักเมฆาขาว อย่างไรเสียผู้อาวุโสซุนก็ไม่อยากมีเรื่องหมางใจกับคนผู้นี้ ด้วยเหตุนี้เขาจึงสลายพลังปราณของตนเองไป จากนั้นเขาก็ทำเพียงพ่นลมเยาะออกมาแล้วไม่ได้พูดอะไรอีก
“พวกเจ้ามองบ้าอะไรกัน รีบไปบอกปู้ฟางให้ส่งของนั่นมาเสีย!” ผู้อาวุโสซุนจ้องบรรดาขุนนางที่ยืนอยู่รอบตัวเขม็ง เสียงตะโกนของเขาทำให้ทุกคนขวัญหนีดีฝ่อไปตามๆ กัน
ร่างขอ