งขุนนางเหล่านั้นแข็งทื่อ ก่อนที่จะเรียกสติตนเองกลับมาได้ ทุกคนรีบรุดลงจากกำแพงเมืองเพื่อมุ่งหน้าไปยังร้านเล็กๆ ของฟางฟางทันที
“หยุดเดี๋ยวนี้! พวกเจ้ากล้าขัดคำสั่งของข้ารึ” จีเฉิงเสวี่ยตะโกนใส่เหล่าขุนนางด้วยความโกรธ
“ฝ่าบาท!” ผู้อาวุโสซุนตะโกนใส่จีเฉิงเสวี่ยพร้อมจ้องอีกฝ่ายตาเขียว
บรรดาขุนนางที่กำลังจะวิ่งลงกำแพงเมืองละล้าละลังเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นว่าจีเฉิงเสวี่ยไม่ได้เอ่ยขัดผู้อาวุโสซุนก็พากันวิ่งต่ออีกครั้ง
ทันทีที่ลงจากกำแพงเมือง พวกเขาก็พาทหารกองใหญ่รุดไปยังร้านเล็กๆ ของฟางฟาง
จีเฉิงเสวี่ยโกรธการกระทำของเหล่าขุนนางเป็นอันมาก สีหน้าของจักรพรรดิหนุ่มซีดเผือด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้แม้แต่น้อย
พอองครักษ์โลหิตเห็นจีเฉิงเสวี่ยและคนอื่นๆ กำลังตีกันพัลวันอยู่บนกำแพงเมือง พวกเขาก็มองคนเหล่านั้นด้วยสีหน้าเดียดฉันท์ จากนั้นก็หัวเราะเยาะเหล่าคนที่ยืนอยู่บนกำแพงเมืองเสียงเย็น
จีเฉิงเสวี่ยเห็นองครักษ์โลหิตหัวเราะเยาะตนจึงหันไปมองทั้งสองด้วยสายตาเย็นเยียบ
…..
ณ ตรอกแห่งหนึ่งในนครหลวง ที่ร้านเล็กๆ ของฟางฟาง
ปู้ฟางยังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้ ดวงตาหรี่เล็ก เขากำลังนอนอาบแดดอย่างเกียจคร้าน แดดอุ่นสบายทำให้รู้สึกอบอุ่นมากเสียจน