ให้ยืมด้วย”
“ความเป็นความตายของจักรวรรดิขึ้นอยู่กับมันนะ…” หนึ่งในขุนนางเอ่ยตอบ
วงแหวนปราณจากยันต์เก่าคร่ำคร่านี่น่ะหรือที่จะมาตัดสินชะตากรรมของอาณาจักร ไอ้ของเก่าๆ นี่มันมีค่าถึงเพียงนั้นเลยหรือ
ปู้ฟางหยิบยันต์ออกมาอีกครั้งแล้วเริ่มพินิจมัน พอมองอยู่สักพักเขาก็เก็บกลับเข้าไปอีก เนื่องจากไม่พบอะไรผิดปกติ
…
นอกกำแพงเมือง องครักษ์โลหิตแทบจะระเบิดตายด้วยโทสะ เข็มทิศที่พวกเขาเอาไว้ตรวจจับวงแหวนปราณผสานวิญญาณรวนไม่หยุด เดี๋ยวก็เรืองแสงเดี๋ยวก็ดับลงไปอีก ติดๆ ดับๆ อยู่เช่นนี้หลายต่อหลายครั้ง นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกันแน่
พวกเขาอยากจะรีบพุ่งเข้าไปในนครหลวงเพื่อชิงวงแหวนปราณผสานวิญญาณกลับมาเสียเดี๋ยวนี้ให้มันรู้แล้วรู้รอด
…
บรรดาขุนนางเองก็หัวเสียเช่นกัน พวกเขาเริ่มเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นบนกำแพงเมืองให้ปู้ฟางฟัง ด้วยหวังว่าชายหนุ่มจะเห็นใจและยอมส่งวงแหวนปราณในมือมาให้
“เหตุใดข้าต้องมอบยันต์นี่ให้ด้วย หากองครักษ์โลหิตอะไรนั่นอยากได้ก็บอกให้มาเอาเองถ้ามีปัญญาน่ะนะ” ปู้ฟางตอบเสียงนิ่ง
พอปฏิเสธเสร็จ ชายหนุ่มก็เชิญให้เหล่าขุนนางกลับไป
“เถ้าแก่ปู้… ท่านแค่ยอมคืนยันต์ให้พวกเขาไป ก็จะซื้อเวลาให้จักรวรรด