ิวายุแผ่วได้เป็นวัน นี่เป็นเรื่องที่สำคัญยิ่งต่อการอยู่รอดของจักรวรรดินะ”
ขุนนางคนหนึ่งที่ไม่พอใจการกระทำของปู้ฟางเอ่ยขึ้น
“ทำไมข้าต้องคืนของที่ยึดมาได้ด้วยกำลังตัวเองด้วย”
ชายหนุ่มตอบกลับก่อนจะเมินคนเหล่านี้ไปโดยสิ้นเชิง เขากลับเข้าครัวไป ปล่อยให้ฝูงขุนนางยืนอยู่หน้าร้านอย่างเดียวดาย
แม้สีหน้าของพวกเขาจะเปลี่ยนไปแต่สุดท้ายก็ต้องยอมแพ้ เนื่องจากไม่มีกำลังพอจะบังคับให้ชายหนุ่มเจ้าของร้านทำอย่างที่ตนเองต้องการ ทั้งยังไม่อยากก่อเรื่องที่นี่ด้วย นั่นเพราะชื่อเสียงความน่ากลัวของร้านนี้เป็นที่รู้กันดีภายในนครหลวง
“การกระทำของท่านในตอนนี้จะทำให้ผู้คนมากมายในนครหลวงต้องทุกข์ทรมาน” ขุนนางคนหนึ่งไม่ยอมแพ้ตะโกนเข้าไปในครัว
“อย่ามาใช้ความเป็นอยู่ของคนหมู่มากบังคับข้า ไสหัวไปเสีย!”
เสียงตะโกนไร้เยื่อใยดังออกมาจากห้องครัว เสียงนั้นทำให้เหล่าขุนนางสะดุ้งตกใจจนต้องหันไปมองรอบๆ แต่ก็ไม่เห็นอสูรเวทขั้นเซียนเทพจึงรู้สึกวางใจได้บ้าง และเมื่อเห็นว่าปีศาจร้ายที่ชอบจับคนแก้ผ้าไม่ได้ปรากฏตัวขึ้น พวกเขาก็ถอนหายใจยาวออกมาแล้วเริ่มตั้งขบวนจากไป
พวกเขาจนปัญญาแล้ว ไม่มีใครรู้ว่าจะจัดการกับคนอย่างปู้ฟางที่มีนิสัยแข็งทื่