ูรเวทระดับเก้าจึงเป็นสิ่งที่มองข้ามไปไม่ได้
“แล้วจะมัวชักช้าอะไรอยู่เล่า เราควรรีบโจมตีนครหลวงเสีย ท่านมหาพรตดูจะหัวเสียพอตัวแล้ว” เมื่อนึกถึงท่านมหาพรต หนึ่งในองครักษ์โลหิตก็อดตัวสั่นไม่ได้ เขากระวนกระวายมากจนอยากโจมตีนครหลวงให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
สีหน้าขององครักษ์โลหิตคนหนึ่งพลันเปลี่ยนไป เขาโบกมือเรียกเข็มทิศออกมา
บนเข็มทิศนั้นมีจุดแสงอยู่มากมาย จุดหนึ่งในนั้นสว่างเจิดจ้ามากกว่าเพื่อน
“วงแหวนปราณผสานวิญญาณปรากฏขึ้นอีกครั้งแล้ว”
องครักษ์โลหิตผู้นั้นเอ่ย
….
ณ ร้านเล็กๆ ของฟางฟาง ในตรอกแห่งหนึ่งของนครหลวง
ปู้ฟางกำลังนอนเอกเขนกอยู่บนเก้าอี้ ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย ลมเย็นพัดผ่านใบหน้าของเขาไป
วันนี้ร้านขายไม่ค่อยดีนัก เนื่องจากข่าวอาการป่วยของเซียวเหมิงทำให้ทุกคนกลัวจนไม่กล้าออกจากบ้าน ร้านจึงเสียลูกค้าไปหลายคนโดยปริยาย
ปู้ฟางที่กำลังเบื่อถึงขีดสุดคิดอะไรขึ้นมาได้ จากนั้นยันต์ห้าใบที่เขายึดมาจากศัตรูในเมืองประจิมเร้นลับก็ปรากฏขึ้นในมือชายหนุ่ม
ยันต์ทั้งห้านี้ดูเก่าคร่ำคร่าเป็นอันมาก พื้นผิวของยันต์มีรอยขาดรอยฉีกมากมาย ดูราวกับว่าจะสลายหายไปต่อหน้าเมื่อใดก็ได้กระนั้น เมื่อยันต์ทั้งห้า