จบสตรีนางนั้นก็หายตัวไป เสียงบานประตูครูดพื้นดังก้องออกมาขณะประตูถูกปิดกลับเข้าที่
เมื่อองครักษ์โลหิตเงยหน้าขึ้น พวกเขาก็ตระหนักได้ว่าร่างของตนเองเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นๆ ผู้ที่กำลังจะบรรลุเป็นขั้นเซียนเทพในไม่ช้าอย่างพวกเขา กลับรู้สึกหวาดกลัวเสียจนเหงื่อแตกชุ่มโชกเสื้อผ้า…
“วงแหวนปราณผสานวิญญาณทั้งเก้าคือกุญแจหลักสู่การปลุกอำนาจของลูกโลกวิญญาณล่วงลับ เราจะเสียไปไม่ได้แม้แต่วงเดียว ในเมื่อท่านมหาพรตกำชับมาถึงขนาดนี้ เราก็ควรไปตรวจดูกันสักสองคน วงแหวนปราณนี้มีเจตจำนงแห่งกระบี่ของท่านมหาพรตบรรจุอยู่ ในเมื่อมันถูกทำลายลงได้ แปลว่าพลังปราณของผู้ที่ได้มันไปต้องแข็งแกร่งมากแน่นอน อาจเป็นเรื่องยากที่พวกเราคนใดคนหนึ่งจะต่อกรด้วยได้”
องครักษ์โลหิตสองคนหันมามองหน้าแล้วพยักหน้าให้กัน พวกเขาตกลงกันได้พลางเหาะออกจากเมืองชายแดนไป
องครักษ์ที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวทำหน้าที่ปกป้องหอคอยโลหะต่อด้วยสีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง
นอกเมืองชายแดน
องครักษ์โลหิตทั้งสองในชุดคลุมสีแดงเลือดหันมามองหน้ากัน คนหนึ่งยื่นมือออกมาเรียกยันต์แผ่นใหญ่ให้ปรากฏขึ้นในฝ่ามือ บนยันต์นั้นมีจุดแสงกะพริบอยู่ทั้งหมดเก้าจุดด้วยกัน