กับวงแหวนปราณผสานวิญญาณ”
“หือ… วงแหวนปราณผสานวิญญาณนั้นสำคัญยิ่งต่อการกลับมาของลัทธิอสุรา เราจะปล่อยให้เกิดเหตุอะไรขึ้นกับมันไม่ได้เป็นอันขาด พลังของวงแหวนปราณผสานวิญญาณในดินแดนตะวันตกเฉียงเหนือหายไปแล้ว น่าจะเป็นวงแหวนปราณที่ประจำอยู่ที่เมืองประจิมเร้นลับ พวกเจ้าคนไหนอยากลองไปสำรวจสาเหตุดูที่นั่นบ้าง” ก่อนที่ใครจะทันได้ตอบ นางก็เคาะศีรษะขององครักษ์โลหิตคนหนึ่งด้วยนิ้วเรียวยาว ดูเหมือนจะตัดสินใจได้แล้วว่าใครควรเป็นคนไป
องครักษ์โลหิตผู้นั้นตัวสั่นสะท้าน เหงื่อกาฬแตกพล่านออกจากทุกรูขุมขนในร่างกาย
“ทราบแล้วขอรับ… ข้าจะไปตรวจดูทันทีขอรับ” เสียงของผู้ที่ถูกเลือกสั่นเครือ
มหาพรตเงยหน้าที่ถูกหน้ากากบดบังขึ้น องครักษ์โลหิตทุกคนรู้สึกได้ถึงสายตาเย็นเยียบที่กวาดผ่านตนเอง
“จากนี้ไปอีกหนึ่งเดือนข้าจะพยายามบรรลุปราณให้ได้ หากพวกเจ้ายังตามหาวงแหวนปราณที่หายไปไม่เจอ ก็น่าจะรู้ดีว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร ถ้าวงแหวนปราณอันนั้นไม่ได้รับจิตวิญญาณหล่อเลี้ยงเพียงพอ ก็แค่หาเมืองเมืองหนึ่งแล้วฆ่าทุกคนในเมืองทิ้งเสีย จำเอาไว้… อย่าทำตัวเป็นภาระให้การกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งของลัทธิเราช้าลงเด็ดขาด”
ครืน!
ทันทีที่พูด