ินอาหารจานนี้ได้ แต่ปู้ฟางใช้ผักพลังปราณปริมาณมากและทักษะการควบคุมพลังปราณเที่ยงแท้ของตนในการทำอาหารจานนี้ เขาควบคุมพลังปราณที่ไหลเวียนอยู่ในอาหารระหว่างการปรุง และทำให้พลังปราณที่พลุ่งพล่านขึ้นมาสงบละเมียดละไมขึ้น จนตอนนี้ใครๆ ก็สามารถลิ้มรสอาหารจานนี้ได้
นี่เป็นเรื่องที่สำคัญยิ่ง เพราะเหล่าทหารในกองทัพนั้นมีระดับพลังปราณแตกต่างกัน โดยเฉพาะในกองทหารลำดับสาม สมาชิกบางคนบรรลุขั้นคลั่งยุทธการแล้ว แต่บางคนยังไม่บรรลุ
อย่างไรเสียนี่ก็เป็นอาหารจัดเลี้ยงที่เตรียมขึ้นเพื่อกองทหารลำดับสาม ดังนั้นทุกคนในกองทหารลำดับสามจึงควรได้กิน
หลังจากผ่านกระบวนการเคี่ยวอย่างยาวนาน เนื้อของช้างหนามก็ไม่ต่างอะไรจากเต้าหู้ แต่เมื่อเทียบกับเต้าหู้แล้ว เนื้อนี้มีความหอมหวานและเพิ่มพลังกายได้ดีกว่ามาก
ทหารที่ได้กินเนื้อช้างหนามเข้าไปรู้สึกราวกับมีไฟลุกโชนอยู่ในร่าง พลังปราณเที่ยงแท้ในกายเริ่มหมุนวนอย่างรวดเร็ว
ภาพนี้เกิดขึ้นกับทุกคนต่อๆ กันไปไม่หยุดหย่อน
อาหารในกระทะยักษ์ทั้งเก้าใบมีเพียงพอ ทุกคนในกองทหารลำดับสามจึงได้ลิ้มลองอาหารจานเด็ด ยิ่งไปกว่านั้นทหารจากกองทหารลำดับหนึ่งและสองจำนวนหนึ่งก็วิ่งมาขอลองชิมด้ว