เข้ามาล้อมปู้ฟาง แล้วซ้อนทับกันจนกลายเป็นภูเขาขนาดย่อม แค่จำนวนของอสูรเวทก็ทำให้หัวใจของทุกคนสั่นไหว กล้ามเนื้อหน้ากระตุกด้วยความกังวล
ก่งเซวียนยืดตัวตรงก่อนจะกระแอมกระไอออกมา เขาลืมไปเลยว่าผู้อาวุโสหนี่มีขั้นปราณสูงส่งจนเดินเหินบนเมฆได้… แปลว่าชีวิตของนางคงไม่อยู่ในอันตรายเท่าใดนัก
แต่ถึงอย่างนั้น เจ้าหนุ่มนั่นก็เป็นเพียงระดับหกขั้นจักรพรรดิยุทธการที่ไม่สามารถเดินบนอากาศได้ แล้วเหตุใดถึงได้บ้าดีเดือดกระโดดลงจากกำแพงเมืองไปเช่นนั้นด้วย หมอนั่นไม่รู้หรือว่าด้านล่างนั่นมีอสูรเวทระดับหกอยู่นับไม่ถ้วน
เมื่อเห็นอสูรตัวแล้วตัวเล่าพุ่งเข้าใส่ปู้ฟางอย่างดุร้าย ร่องรอยของความตื่นเต้นก็ปรากฏขึ้นในดวงตาของก่งเซวียนโดยไม่รู้ตัว!
หนี่หยันแวะเวียนไปหาปู้ฟางบ่อยครั้งเกินไปในช่วงไม่กี่วันมานี้ เรื่องนี้รบกวนจิตใจของก่งเซวียนเป็นอย่างยิ่ง หากปู้ฟางบ้าบิ่นพอที่จะรนหาที่ตายด้วยตนเองเช่นนี้ ก็จะช่วยประหยัดแรงไม่ให้เขาต้องลงมือทำงานสกปรกในภายหลัง
ถังอิ่นยกมือถูหน้าผาก แน่นอนว่า… คู่หูศิษย์พี่ปู้กับอาจารย์หนี่มาพบกันเมื่อใดก็ต้องเกิดปัญหาใหญ่เมื่อนั้น
คลื่นพลังปราณเที่ยงแท้ระเบิดออกจากกายของหนี่หยันจนมองเห