หารที่อ่อนแอที่สุดในเมืองประจิมเร้นลับ แต่ก็ยังเทียบเท่าได้กับกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดของเมืองอื่นๆ ถึงอย่างไรก็มีคุณสมบัติพอที่จะเป็นกำลังเสริมให้เมืองโม่หลัวอย่างแน่นอน” ก่งเซวียนตอบอย่างมั่นใจ
ก่งเหยาลูบเคราตนเองพลางยิ้มออกมา เขาเชื่อมั่นในความมั่นใจของบุตรชาย ในฐานะเจ้าเมืองประจิมเร้นลับที่ดูแลดินแดนฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือมาหลายต่อหลายปี เขาแทบไม่เคยเจอสิ่งใดที่เป็นภัยอันตรายต่อเมืองประจิมเร้นลับเลย ด้วยเหตุนี้ชายชราจึงไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้เท่าใดนัก
หนี่หยันมุ่นคิ้ว หันหน้าไปมองชายหนุ่มรูปงามที่มีนิสัยมุทะลุดุดันด้วยสายตาไร้อารมณ์ ก่อนเอ่ยถาม “หากกองทหารลำดับสามทำภารกิจไม่สำเร็จแล้วโดนทำลายจนราบคาบเล่า”
“เป็นไปไม่ได้…” ก่งเซวียนพึมพำตอบ
“หึ… หากเมืองโม่หลัวถูกยึด เมืองประจิมเร้นลับก็จะเสียหน้าด่านสำคัญจนอาจถูกกองทัพข้าศึกล้อมปราบ ข้าไม่รู้หรอกนะว่าเจ้ามีไพ่ตายอะไรซ่อนอยู่ ข้ามาที่นี่เพื่อช่วยไม่ให้ปีศาจร้ายจากลัทธิอสุราสังหารหมู่ผู้คนตามใจชอบเพียงเท่านั้น ส่วนเมืองประจิมเร้นลับจะอยู่หรือจะไป… ก็ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของข้า”
หนี่หยันยิ้มเยาะอย่างเย็นชา ตอนนี้หญิงสาวอารมณ์ไม่ค่อยดีนัก นางหันไปมอง