ัด หรือถังอิ่นจะจำเชายหนุ่มผู้นี้สลับกับคนอื่น อย่างไรเสียขั้นปราณของพ่อครัวหน้าใหม่ตรงหน้าก็ดูไม่ได้สูงส่งแต่อย่างใด
“บังเอิญจริงๆ เสียด้วย เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร นี่มันค่ายทหารนะ” ปู้ฟางมองหน้าถังอิ่นพลางถามเสียงเรียบ
เมื่อได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย มุมปากของถังอิ่นก็ม้วนขึ้นเล็กน้อย “คำถามนี้ข้าต้องถามท่านต่างหาก เหตุใดพ่อครัวอย่างท่านจึงไม่ใช้ชีวิตสงบสุขอยู่ในร้านของตนเองเพื่อทำอาหารที่ท่านถนัด ท่านมาทำอะไรในกองทัพกันแน่
“ข้ามาร่วมกองทัพเพราะได้รับคำสั่งที่ไม่อาจขัดได้ แต่เถ้าแก่ปู้ในกองทัพเนี่ยนะ แถมยังเป็นกองทัพของกองทหารแห่งเมืองประจิมเร้นลับด้วย มันอยู่ห่างจากนครหลวงตั้งไม่รู้กี่พันลี้”
“ข้ามาเพื่อเรียนรู้การเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพ และหาประสบการณ์ในการทำอาหารเพิ่ม เพื่อจะได้ใส่ความรู้สึกลงไปในอาหารที่ทำได้มากขึ้น” ปู้ฟางตอบลอยๆ
เหตุผลที่เขาบอกอีกฝ่ายไปนั้นไร้ซึ่งสาระใดๆ ความจริงที่เขามาที่นี่ก็เพราะจะทำภารกิจของระบบให้สำเร็จและรับรางวัลต่างหาก
แต่ถังอิ่นไม่รู้ความจริงข้อนี้ เมื่อชายหนุ่มได้ฟังคำตอบของปู้ฟาง ความเคารพที่มีต่ออีกฝ่ายก็ยิ่งเพิ่มขึ้นไปใหญ่ ความรู้สึกนี้ก่อกำเนิดขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจ ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่ทักษะการทำอาหารของปู้ฟางจะมาถึงขั้นนี้ได้ นั่นเพราะชายตรงหน้าดูจะท้าทายตัวเองและหมั่นฝึกซ้อมไม่หยุดมือ ทั้งหมดก็เพื่อเพิ่มพูนทักษะการทำอาหารของตนนั่นเอง
การเ