ป็นพ่อครัวในกองทัพที่ต้องเคลื่อนทัพตลอดเป็นงานที่ยากลำบากมาก เพื่อฝึกฝนทักษะการทำอาการ เถ้าแก้ปู้ไม่ได้ใส่ใจกับความยากลำบากที่ต้องเผชิญในกองทหารแห่งเมืองประจิมเร้นลับแม้แต่น้อย บุคคลที่มีความมุ่งมั่นและตั้งใจจริงเช่นนี้ คนรุ่นเขาควรจะยึดถือเอาเป็นแบบอย่างอย่างแท้จริง
ไม่ว่าจะประกอบสัมมาอาชีพใด หากต้องการประสบความสำเร็จ ความมานะบากบั่นเป็นสิ่งที่จะขาดเสียไม่ได้
ขณะที่คนทั้งคู่กำลังพูดจาทักทายอย่างเป็นกันเอง สีหน้าของจูเยวี่ยและเว่ยต้าฝูกลับเปลี่ยนไปจากเดิม
จูเยวี่ยนั้นแค่งุนงงกับสถานการณ์ตรงหน้า ทว่าสีหน้าของเว่ยต้าฝูนั้นขาวซีดราวคนตายไร้ซึ่งสีเลือดใดๆ เหตุใดพ่อครัวธรรมดาๆ คนหนึ่ง… ถึงได้สนิทสนมกับผู้ฝึกตนระดับเจ็ดขั้นนักพรตยุทธการผู้สูงส่งได้ ก็ถ้าเกิดเจ้าสนิทกับจอมยุทธ์ฝีมือเยี่ยมเช่นนี้จริงๆ แล้วจะมาเข้าร่วมกับกองทหารแห่งเมืองประจิมเร้นลับทำไม คิดจะล้อพวกข้าเล่นหรือ
“เถ้าแก่ปู้ แล้วนี่ท่านทำอาหารอะไรอยู่ กลิ่นหอมมากทีเดียว!” หลังจากพูดคุยกันอยู่ครู่หนึ่ง ถังอิ่นก็หันไปมองกระทะทั้งสี่ใบ แววความตื่นเต้นปรากฏขึ้นในดวงตา
“ข้าไม่ได้ทำอะไรวิเศษวิโสหรอก แค่ใช้วัตถุดิบธรรมดาๆ เท่านั้น” ปู้ฟางกล่าวเสียงเรียบ “เป็นอาหารของพวกทหารน่ะ”
เมื่อพูดเรื่องอาหาร ปู้ฟางก็ยกฝาไม้ที่ปิดกระทะออก กลิ่นหอมหวนพวยพุ่งออกมาทันที
“วัตถุดิบธรรมดาหรือ” ถังอิ่นอึ้งไปครู่หนึ่ง เขารีบก้าวอาดๆ ไปตรงหน้ากระทะพลางก้