ยมพร้อมสู้
แสงหนึ่งส่องสว่างขึ้น และแสงอีกแสงหนึ่งก็ส่องสว่างขึ้นตามมา
อสูรเวทดวงตาแดงก่ำจำนวนนับไม่ถ้วนโผล่ออกมาจากความมืดมิด พวกมันพุ่งตรงเข้ามายังค่ายของกองทหารแห่งเมืองประจิมเร้นลับอย่างรวดเร็ว แล้วกระโจนเข้าใส่เหล่าทหารอย่างบ้าคลั่ง
จูเยวี่ยพาทหารกลุ่มหนึ่งออกไปเผชิญหน้า พวกเขาต่างพากันสังหารอสูรเวทลงทีละตัว
“มีมาอีกฝูงแล้ว! ให้ตายเถิด! มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่” จูเยวี่ยโกรธจัดและบ้าคลั่งขึ้นกว่าเดิม ทุกครั้งที่เขาเหวี่ยงกระบี่ออกไป ต้องได้ตัดหัวของอสูรเวทหนึ่งหัว ไม่ใช่เรื่องยากที่จะสังหารอสูรเวทเหล่านี้เพราะระดับของพวกมันไม่ได้สูงนัก
สิ่งเดียวที่ทำให้อสูรเวทเหล่านี้น่ากลัวก็คือจำนวน
ตอนนั้นเองจูเยวี่ยก็รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงสายธนูถูกขึงจนตึง ลูกธนูลูกหนึ่งพุ่งตรงเข้ามาจากความมืดมิดด้วยความเร็วและพลังที่น่าเกรงขาม มันพุ่งผ่านอากาศเข้ามาราวกับต้องการฉีกแผ่นฟ้าให้เป็นสองส่วน ลูกธนูตรงลิ่วมายังศีรษะของจูเยวี่ย
ในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานนี้เอง จูเยวี่ยก็คำรามออกมาแล้วใช้กระบี่ปัดลูกธนูทิ้ง
ลูกธนูรึ… แปลว่าต้องมีทัพศัตรูอยู่ข้างหน้า
หัวใจของจูเยวี่ยบีบแน่นไปชั่วขณะ อึดใจถัดมาเขาก็ได้ยินเสียงคนจำนวนนับไม่ถ้วนตะโกนอื้ออึงอยู่ในความมืด เหล่าศัตรูกรูเข้ามาจู่โจมพวกเขาโดยไม่ทันตั้งตัวในช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อนี้เอง
กองทหารลำดับสามแห่งเมืองประจิมเร้นลับรีบพุ่งเข้าไปโรมรันกับทัพที่ดาหน้าเข้ามา