รังสีสังหารของจูเยวี่ยแรงกล้าขึ้น เขารู้ได้ทันทีว่าเหล่าคนที่เข้ามาโจมตีนั้นเป็นผู้ควบคุมฝูงอสูรเวท ชายหนุ่มอดกลั้นมาตลอด ตอนนี้มีโอกาสที่จะปลดปล่อยความโกรธและความคับข้องใจแล้ว แม้จะรู้สึกเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง แต่มือที่ใช้พรากชีวิตเหล่าศัตรูก็ไม่ได้ลดความเร็วลงแม้แต่น้อย
การสู้รบรุนแรงขึ้นในพริบตา เลือดสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณในชั่วไม่กี่ลมหายใจ ปริมาณเลือดที่หลั่งไหลออกมานั้นมากมายเสียจนรวมตัวกันเป็นแม่น้ำได้ กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งอบอวลไปทั่วหุบเขา
ตอนที่การสู้รบปะทุขึ้นปู้ฟางกับหลงไฉยังนั่งดื่มซุปกันสบายใจอยู่ พวกเขารู้สึกเพียงว่าแผ่นดินที่อยู่ใต้เท้านั้นสั่นไหว การต่อสู้ครั้งนี้เกิดขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า เสียงกระบี่ปะทะกันดังกึงก้องจนมาเข้าหูคนทั้งสอง
“พวกเขาเริ่มสู้กันแล้วหรือ” หลงไฉแตกตื่น รู้สึกหวาดกลัวจับขั้วหัวใจ
“น่าจะเป็นเช่นนั้น” ปู้ฟางดื่มน้ำแกงเข้าไปอีกอึก ดวงตาฉายแสงประหลาด
ในการสู้รบครั้งแรกพวกเขากระฉับกระเฉงเต็มไปด้วยพลัง และอ่อนแรงลงเล็กน้อยในการสู้รบครั้งที่สอง ส่วนการสู้รบครั้งที่สามพวกเขาไม่เหลือแม้แต่เรี่ยวแรง กองทหารแห่งเมืองประจิมเร้นลับต้องรับมือกับอสูรเวทที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่องจนแทบไม่ได้หยุดพัก พละกำลังและสภาพร่างกายอยู่ในจุดที่ย่ำแย่ที่สุด ส่วนสภาพจิตใจก็ต่ำเตี้ยไม่แพ้กัน แล้วพวกเขาจะสู้รบกับศัตรูทั้งที่มีสภาพเช่นนี้ได้อย่างไรกัน ดูท่าว