ึงถึงเวลาอันควรที่เขาจะกลับไปยังกระโจมของตนเอง
หลังจากได้เห็นหม้อที่ว่างเปล่าของปู้ฟาง เว่ยต้าฝูก็รู้สึกหน้าร้อนผ่าวขึ้นมา เขาเริ่มละอายที่ไม่เชื่อมั่นในอาหารของปู้ฟางตั้งแต่แรก เขาเป็นคนลั่นวาจาเอาไว้ว่า หากอาหารของปู้ฟางไม่มีคนกิน พ่อครัวหนุ่มจะถูกลงโทษอย่างหนัก แต่ผลลัพธ์ที่ออกมาก็ทำให้เว่ยต้าฝูต้องกลืนน้ำลายตนเอง ดูเหมือนว่าคำพูดของเขาได้ย้อนกลับมาตบหน้าตัวเองเข้าอย่างแรง
ไม่เพียงแค่มีคนกิน แต่อาหารของปู้ฟางยังเป็นจานแรกที่หมดเกลี้ยงอีกด้วย
การนำตนเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น… รังแต่จะทำให้โมโหมากขึ้นเปล่าๆ
“อาหารที่เจ้าหนุ่มนั่นทำ… อร่อยขนาดนั้นจริงๆ หรือ” เว่ยต้าฝูเริ่มหัวหมุน
ปู้ฟางยกหม้อกลับไปยังค่ายของตน หลังจากบิดขี้เกียจเสร็จ ชายหนุ่มก็นั่งขัดสมาธิลงบนเตียง เขานึกถึงข้อเท็จจริงที่ว่า วัตถุดิบที่ตนใช้นั้นไม่มีพลังปราณอยู่แม้แต่น้อย แล้วก็อดขมวดคิ้วไม่ได้ เขาต้องคิดหาวิธีใหม่ๆ ที่จะใช้ปรุงวัตถุดิบเหล่านั้น
ขณะที่ปู้ฟางกำลังคร่ำเคร่งกับความคิดอยู่นั้น เวลาอาหารก็หมดลงแล้วบรรดาพ่อครัวคนอื่นๆ ก็เริ่มกลับมาที่ค่าย
บรรยากาศในค่ายอึดอัดขึ้นมาทันที
หลงไฉเป็นคนแรกที่เดินมาหาปู้ฟาง และยังเป็นคนแรกที่เอ่ยเตือนปู้ฟางอย่างใจเย็น อาหารของปู้ฟางแย่งความเด่นไปจากอาหารของพ่อครัวคนอื่นๆ ทำให้อาหารของพวกเขาไม่ได้รับความนิยมในหมู่ทหารเท่าที่ควร
ตอนนี้บรรดาพ่อครัวอาวุโสจึงอยากเล่นงานปู้ฟางเต็มแ