เสียงตะหลิวเหล็กกระทบกระทะดังเสียดหูไปทั่วค่ายของโรงครัว ไม่นานนักค่ายก็กลับมาวุ่นวายด้วยความเคลื่อนไหวอีกครั้ง
ผู้คนในกระโจมต่างเดินออกมาพร้อมเอามือขยี้ตาด้วยความง่วงงุน
ปู้ฟางก็ออกมาจากกระโจมของตนเองเช่นกัน เขาค่อยๆ เดินไปหาฝูงชนที่รวมตัวกันอยู่ กองทหารมักถูกเรียกรวมตัวกันตามปกติทุกวัน แม้นี่จะเป็นครั้งแรกที่ปู้ฟางได้มาอยู่ในกองทัพแต่เขาก็รู้ความจริงข้อนี้ดี สิ่งที่แตกต่างคือพวกเขาจะเคาะหม้อไหกระทะเพื่อเรียกหน่วยโรงครัว
หลงไฉใส่หมวกเป๋ไปด้านข้าง ใบหน้าของเขาดูง่วงมาก กองไฟที่จุดเอาไว้กลางค่ายส่งเสียงดังเปรียะสะท้อนไปทั่วบริเวณ
หม้อขนาดใหญ่บนระแนงไม้ที่ตั้งอยู่เหนือกองไฟส่งเสียงเดือดปุดออกมา พร้อมด้วยไอน้ำหนาเจือพลังปราณและกลิ่นหอมอ่อนๆ
ตอนนั้นเองเว่ยต้าฝูก็เดินถือกระทะออกมาพร้อมเคาะเสียงดังลั่นไม่หยุด ใบหน้าของเขาดูโกรธเคืองเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทางเอื่ออเฉื่อยของกลุ่มคนตรงหน้า ชายวัยกลางคนตะโกนสุดเสียง “เร็วเข้า! เร็วๆ! อย่าคิดว่าตนเองเป็นพ่อครัวประจำกองทัพแล้วจะไม่ใช่ทหารจริงๆ ตั้งสติแล้วเข้าแถวเดี๋ยวนี้”
ทันทีที่ได้ยินคำสั่ง บรรดาพ่อครัวก็สะดุ้งตื่นเต็มตาแล้วเรียงแถวตรง
ปู้ฟางเดินตามคนอื่นไปยืนอยู่ในแถวด้วยอาการสงบนิ่ง
เว่ยต้าฝูที่กำลังหรี่ตามองอยู่รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย เนื่องจากเขากำลังคิดหาเรื่องดุด่าเด็กใหม่ผู้ยิ่งผยอง ชายวัยกลางคนไม่คาดคิดว่าปู้ฟางจะตื่นเช้าขนาดนี้แล้วมาตั้ง