หลายจะต้องตัดไม้ทำฟืนไปตลอดทั้งเดือน”
ใบหน้าของหลงไฉหงอยไปทันที แม้เขาจะไม่อยากทำแต่ก็ยังยกหม้อเหล็กร้อนจนไอน้ำหนาพุ่งขึ้นมา แล้วออกจากค่ายไปพร้อมพ่อครัวฝีมือฉกาจหลายคน
ปู้ฟางเอามือลูบหลังคอตนเองแล้วค่อยๆ เดินออกมาจากที่แห่งนั้น เขาตั้งใจจะกลับไปยังกระโจม
แต่เว่ยต้าฝูตะโกนขึ้นเพื่อหยุดเขาเสียก่อน
“ไอ้หนุ่ม ข้าจับตามองเจ้าอยู่นะ หากอาหารของเจ้าไม่มีทหารนายใดเลือกกินเลย ฮี่ๆ… เจ้าก็น่าจะรู้ดีว่าตนเองจะโดนอะไร! พอถึงตอนนั้นก็รู้เองว่าโทษของการทำตัวหยิ่งยโสต่อหน้าข้าคืออะไร” เขาพ่นลมเย็นเยาะปู้ฟาง
ปู้ฟางมองเว่ยต้าฝูอยู่สักพักก่อนจะยกยิ้มมุมปาก เขาปฏิบัติต่อเว่ยต้าฝูเหมือนอีกฝ่ายเป็นคนโง่เง่าคนหนึ่ง นั่นคือไม่ต่อล้อต่อเถียงด้วยเพราะขี้เกียจเกินไป ด้วยเหตุนี้ชายหนุ่มจึงทำเพียงหันหลังเดินกลับไปที่กระโจมของตนเองเท่านั้น
วัตถุดิบที่ปู้ฟางต้องใช้วางกระจายอยู่บนพื้น แม้ทุกอย่างจะเป็นวัตถุดิบธรรมดา แต่ทั้งเนื้อและผักก็มีมากมายหลากหลายชนิด
เขาเลือกวัตถุดิบบางประเภทออกมาจากกอง คัดเอาสิ่งที่ดูคุณภาพดีกว่าสิ่งอื่น และใช้มือตรวจสอบน้ำหนักดูคร่าวๆ จากนั้นชายหนุ่มก็วางระแนงไม้ลงด้านล่าง แล้ววางหม้อไว้ด้านบน จากนั้นก็เริ่มเตรียมวัตถุดิบ
ปู้ฟางไม่สนใจว่าวัตถุดิบที่เขาใช้จะเป็นของดีหรือไม่ เนื่องจากมั่นใจในทักษะของตนเอง อาหารทุกจานที่เขาเตรียมทำให้ลูกค้ามีความสุขและชมไม่ขาดปากเสมอ
ชายหนุ่มจับระแนงไม้เอา