นนี้จะมีฝีมือขนาดไหน” เว่ยต้าฝูกอดอกพลางหัวเราะเสียงเย็น
ผู้คนรอบข้างต่างมองด้วยสายตาสนอกสนใจ หนุ่มน้อยหน้าตาใสซื่อเองก็มองปู้ฟางด้วยดวงตาสงสัยใคร่รู้เช่นกัน อันที่จริงแล้วเด็กหนุ่มไม่ได้คาดหวังในตัวปู้ฟางเท่าใดนัก เนื่องจากต่อให้เป็นพ่อครัวทั่วไปที่กระโดดมาทำอาหารในค่ายแห่งนี้ ก็ยังไม่สามารถทำอาหารออกมาได้ดีในครั้งแรกได้
นั่นเพราะความแตกต่างระหว่างครัวจริงๆ และครัวของค่ายทหารห่างชั้นกันมากเกินไป หากพวกเขาอยากทำอาหารดีๆ ออกมาสักจาน ก็ต้องปรับแต่งกันเสียหน่อยจึงจะทำได้
ด้วยเหตุนี้เด็กหนุ่มจึงไม่ได้คิดว่าปู้ฟางมีความหวังแต่อย่างใด คนอื่นๆ ที่อยู่รอบข้างก็เช่นกัน เนื่องจากต่อให้ทำอาหารออกมาได้สักจาน ก็จะถูกเว่ยต้าฝูวิพากษ์วิจารณ์เสีนจนกลายเป็นเศษขยะไร้ค่าอยู่ดี แล้วพอจบการประเมินก็จะถูกไล่ไปตัดฟืนตามสูตร ทุกคนเห็นเหตุการณ์นี้มานักต่อนักจนกลายเป็นความเคยชินไปแล้ว
ผู้คนที่อยู่รอบข้างส่วนใหญ่ตั้งตารอดูปู้ฟางถูกเยาะเย้ยเสียมากกว่า พวกเขาอยากเห็นสีหน้าอับอายและกระอักกระอ่วนของชายหนุ่มตอนที่โดนเว่ยต้าฝูด่าสาดเสียเทเสีย
แต่ปู้ฟางก็ไม่ได้สนใจแม้แต่น้อยว่าคนอื่นกำลังคิดอะไรอยู่ เขาเป็นคนที่ไม่ได้ให้ค่าสิ่งที่คนอื่นคิดเกี่ยวกับตัวเองอยู่แล้ว ชายหนุ่มเดินไปยืนอยู่ข้างๆ เครื่องครัวพลางมุ่นคิ้ว เครื่องครัวเหล่านี้จัดได้ว่าทั้งเรียบง่ายและหยาบ แย่เสียยิ่งกว่าเครื่องครัวของเผ่ามนุษย์อสรพิษเสียอีก
แต