่างรุนแรง แต่ขณะเดียวกันเขาก็แน่ใจว่าผู้บุกรุกต้องมีระดับปราณที่แข็งกล้าอย่างไม่ต้องสงสัย
“อย่างไรเสียลูกโลกวิญญาณล่วงลับก็ถือเป็นอุปกรณ์กึ่งเทพ คนที่เอาไป… มีเป้าหมายอะไรกันแน่” เซียวเหมิงหรี่ตาก่อนจะครุ่นคิดด้วยหัวใจหนักอึ้ง
…
โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งในนครหลวง
ปรมาจารย์อาวุโสใบหน้าเหี่ยวย่นแห่งลัทธิอสุรากำลังลูบคลำวัตถุทรงกลมขนาดเท่ากำปั้น ลูกโลกนี้เรียบลื่น บนพื้นผิวมีลายสลักงดงามเป็นภาษาปริศนาหลายประโยค
“ลูกโลกวิญญาณล่วงลับ… ในที่สุดก็เป็นของข้า” กล้ามเนื้อบนใบหน้าของปรมาจารย์อาวุโสสั่นไหวขณะที่เขาส่งเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
ภายนอก ท้องถนนของนครหลวงกำลังตกอยู่ในความโกลาหล เหล่าทหารยามเดินปะปนอยู่กับผู้คนพลางตรวจตราดูแลนครหลวงอย่างเข้มข้น
ปรมาจารย์อาวุโสยิ้มออกมา เขาค่อยๆ หยิบยันต์ออกมาจากกระเป๋าก่อนจะขยี้มันจนแหลก วิญญาณกรงเล็บยาวพวยพุ่งออกมาพร้อมส่งเสียงคำรามดังก้อง
ปรมาจารย์อาวุโสส่งสายตาเกลียดชังไปที่วิญญาณตรงหน้าแว่บหนึ่ง ก่อนจะยกลูกโลกวิญญาณล่วงลับในมือขึ้น เขาเพ่งจิตบังคับให้พลังงานรุนแรงในลูกโลกระเบิดออกมา ดึงวิญญาณของเซี่ยอวี่ที่ดิ้นรนไม่หยุดเข้าไป
ความหวาดกลัวปกคลุมนัยน์ตาของวิญญาณเซียอวี่ แต่วิญญาณของเขาก็หายไปในเสี้ยววินาทีนั้น
หลังจากดูดกลืนวิญญาณของเซียอวี่ไปเรียบร้อย แถวตัวอักษรบนลูกโลกวิญญาณล่วงลับก็ส่องสว่าง ควันดำหมุนวนอยู่ภายใน
“นึกว่าต้องฆ่าคนทั้งนครหลวงเพื่อที่จะ