บพันคอยเดินตรวจตราตลอดเวลา การถูกบุกปล้นส่งผลกระทบร้ายแรงต่อชื่อเสียงและเกียรติยศของจักรวรรดิวายุแผ่วเป็นอย่างยิ่ง
ข่าวนี้ทำเอาใบหน้าจีเฉิงเสวี่ยถอดสี ขณะนี้คลังหลวงถือเป็นที่พึ่งสุดท้ายของจักรวรรดิวายุแผ่วแล้ว พวกเขาไม่อาจรับมือกับความสูญเสียหนักเช่นนี้ได้
ทุกคนในที่นี้รีบมุ่งหน้าไปยังคลังหลวงด้วยความหวาดกลัว เมื่อไปถึงพวกเขาก็เห็นรูขนาดใหญ่บนประตูคลังบิดเบี้ยวที่เคยมีเหล่าทหารยามดูแลแน่นหนา
ทุกคนสูดลมหายใจเข้าลึก ภาพนี้ส่งเอาความหวาดกลัวเข้าไปเกาะกุมจิตใจของพวกเขาทันที
ไม่นานนักจีเฉิงเสวี่ยก็เดินออกมาจากคลังหลวง เขาถอนใจโล่งอก
“ฝ่าบาท มีสิ่งใดหายไปหรือไม่พะย่ะค่ะ” เซียวเหมิงถามพลางคิ้วขมวดแน่น
“เงินยังอยู่ครบ แต่ของอย่างหนึ่งหายไป” จีเฉิงเสวี่ยที่ถึงแม้จะดูโล่งใจแต่ก็ยังส่งรอยยิ้มขื่นมาทางเซียวเหมิง จากนั้นจักรพรรดิหนุ่มก็เอ่ยออกมาช้าๆ “สิ่งที่หายไปคือลูกโลกวิญญาณล่วงลับ”
“หา ลูกโลกวิญญาณล่วงลับ อันที่เจ้ามู่เฉิงขโมยไปแล้วโยนทิ้งน่ะหรือพะย่ะค่ะ” เซียวเหมิงตกตะลึง เขาถามด้วยความงุนงง
“ถูกแล้ว แต่เท่าที่ดู พวกหัวขโมยน่าจะเป็นสมาชิกของสำนักสักสำนักหนึ่ง ลูกโลกวิญญาณล่วงลับแต่เดิมก็เป็นสมบัติของสำนักพวกนั้นอยู่แล้ว การจะมาชิงไปด้วยกำลัง… ก็พอเข้าใจได้อยู่”
จีเฉิงเสวี่ยมีสีหน้ากระอักกระอ่วน คลังหลวงถูกบุกรุกอย่างง่ายดายด้วยฝีมือคนนอก ช่างเป็นการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของจักรวรรดิวายุแผ่วอย