ล้วลงไปนั่ง
“ข้าขอสุราหัวใจหยกเยือกแข็งหนึ่งเหยือกกับน้ำแกงเต้าหู้หัวปลา” จีเฉิงเสวี่ยกล่าวเบาๆ ชายตรงหน้านั้นไม่เหมือนจักรพรรดิผู้เกรงขามแม้แต่น้อย เป็นเพียงลูกค้าธรรมดาที่แวะมาลิ้มรสของอร่อยเท่านั้น
หลังจากโอวหยางเสี่ยวอี้รับรายการอาหารไปแล้ว จีเฉิงเสวี่ยก็เหม่อไปพักหนึ่ง เขาค่อนข้างชอบบรรยากาศของร้านนี้และรู้สึกสบายใจมากกว่าเมื่อได้อยู่ที่นี่
อาณาจักรวายุแผ่วตอนนี้มีปัญหามากมายให้เขาต้องสะสาง มีเรื่องด่วนเข้ามาไม่ขาดสายทุกวัน และในเรื่องด่วนเหล่านั้นก็ไม่มีเรื่องใดเป็นข่าวดีเลย
ตอนนี้เมืองทุกเมืองต่างเดือดร้อนจากการถูกอสูรเวทโจมตี ผู้คนตกอยู่ในความโกลาหล ในบางเมืองที่ห่างไกลจากนครหลวง มีพวกไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงหลายคนเข้ายึดเมืองไว้แล้วตั้งตัวเป็นราชา
เพียงไม่กี่วันความโกลาหลปั่นป่วนก็เริ่มแพร่ไปทั่วจักรวรรดิวายุแผ่ว
ในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้เขายังต้องมารับรู้ข่าวการตายของเหลียนฟู่อีก… จีเฉิงเสวี่ยอ่อนล้าอย่างแท้จริงไม่ว่าจะเป็นแรงกายและแรงใจ
ปู้ฟางยกเหยือกสุราหัวใจหยกเยือกแข็งออกมาด้วยตัวเอง ชายหนุ่มนั่งลงตรงข้ามจีเฉิงเสวี่ย พลางรินสุราให้จักรพรรดิหนุ่มจอกหนึ่ง
“หัวหน้าขันทีเหลียน…ตายแล้ว” จีเฉิงเสวี่ยพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบหลังยกสุราขึ้นดื่มรวดเดียวหมด ชายหนุ่มยิ้มขื่น พลางรูดนิ้วไปตามขอบจอก
ปู้ฟางอึ้งไปครู่หนึ่ง หัวหน้าขันทีเหลียนรึ ใช่ขันทีที่ชอบจีบนิ้วโป้งกับนิ้วกลาง