ีมือของเซียวเสี่ยวหลงและอวี่ฝูจะยังไม่อยู่ในระดับเดียวกับเขา แต่รสชาติและพลังปราณในอาหารแต่ละจานอย่างไรเสียก็สมราคา
เมื่อเดินเข้ามาในบริเวณห้องอาหาร ปู้ฟางก็เห็นลูกค้าหลายคนกำลังเอร็ดอร่อยกับอาหารของตน ส่วนโอวหยางเสี่ยวอี้ก็ยืนหันหลังให้เขาขณะทุ่มเถียงกับชายแก่หนวดขาวรูปร่างท้วมคนหนึ่ง
ใบหน้าของชายร่างท้วมดูใจดีมีเมตตา มองอย่างไรก็ไม่น่าเชื่อว่าจะโมโหโกรธาใส่ใครได้
ทว่าโอวหยางเสี่ยวอี้ก็ต่อปากต่อคำกับอีกฝ่ายไม่ลดละ
ชายแก่หงุดหงิดมากเสียจนระเบิดหัวเราะออกมา “เจ้าหนูนี่ช่างไร้เหตุผลเสียจริง ข้าก็แค่ร้องเรียนเท่านั้น เหตุใดจึงไม่เข้าใจบ้างว่าข้าเดินทางมาไกลขนาดไหน ข้าแค่พูดความจริง แม้อาหารจะรสชาติดี แต่ก็ยังจัดว่าห่างไกลกับความคาดหมายของข้าหลังจากที่ได้ฟังเสียงเล่าอ้างมามากมาย”
โอวหยางเสี่ยวอี้เม้มปาก เตรียมพร้อมจะตอกกลับอีกฝ่าย ตอนนี้เด็กหญิงกลายเป็นผู้พิทักษ์ของร้านไปแล้ว
ทว่าก่อนที่นางจะทันได้อ้าปาก น้ำเสียงสงบนิ่งก็ดังมาจากด้านหลังเสียก่อน
“เสี่ยวอี้ เลิกเถียงได้แล้ว”
ตาแก่ร่างท้วมหรี่ตาลงพลางเงยศีรษะขึ้นมาเผชิญหน้ากับปู้ฟาง ใบหน้าน่าคบหานั้นแดงก่ำ
โอวหยางเสี่ยวอี้ประหลาดใจขึ้นมาทันที นางหันกลับไปมองแล้วก็ได้เห็นร่างเพรียวบางของปู้ฟางพร้อมผมเปียกชื้นบนศีรษะ
“เถ้าแก่ปู้ ท่านกลับมาแล้ว!” ดวงตาของเด็กหญิงเป็นประกาย นางถลาเข้าไปหาชายหนุ่ม แต่แล้วจู่ๆ ก็นึกอะไรขึ้นมาได้จึงหยุดเท้าลงทั