เซียวเคอเฉิงเป็นนายท่านลำดับสามของตระกูลเซียว สถานะของเขาในตระกูลไม่ได้สลักสำคัญอะไรนักเพราะตระกูลเซียวมีทั้งเซียวเหมิงและเซียวเคออวิ่นอยู่ รัศมีความเก่งกาจของสองคนนี้กลบตัวตนของเซียวเคอเฉิงไปเสียสิ้น
ไหวพริบด้านการค้าขายของเซียวเคอเฉิงเทียบเซียวเคออวิ่นไม่ได้ ขั้นปราณเองก็เทียบเซียวเหมิงไม่ติดฝุ่น ไม่ผิดแม้แต่น้อยหากจะกล่าวว่าสถานะของเซียวเคอเฉิงในตระกูลเซียวอยู่ในจุดที่น่ากระอักกระอ่วน ทว่าชายวัยกลางคนเองก็เป็นคนทะเยอทะยานไม่น้อยเช่นกัน
เมื่อเซียวเคอเฉิงเห็นว่ากรงเล็บของปลาปีศาจกำลังจะบดขยี้ร่างของเซียวเคออวิ่นจนแหลกเป็นเศษเลือดเศษเนื้อ ในใจของเขากลับไม่ได้มีความเสียใจอย่างที่คนเป็นน้องควรจะมีแม้สักเสี้ยว กลับกันความรู้สึกตื่นเต้นพลันวิ่งพล่านไปทั่วร่างราวกับเป็นสายน้ำเชี่ยว
“หากเซียวเคออวิ่นตาย… ตำแหน่งผู้นำตระกูลเซียวในเมืองนครใต้ย่อมตกเป็นของข้า!” แววตื่นเต้นฉายชัดอยู่ในดวงตาของเซียวเคอเฉิน
เขาไม่ได้ใส่ใจปู้ฟางที่ทะยานตัวไปข้างหน้าแม้แต่น้อย เจ้าเด็กนั่นไม่ได้รุ่นราวคราวเดียวกับเซียวเยียนอวี่หรอกรึ เป็นเพียงชายหนุ่มวัยละอ่อนจะต้านทานกรงเล็บของปลาอสูรเวทระดับเจ็ดได้อย่างไร คิดว่าตนเองเป็นใครกัน แม้แต่เซียวเหมิงเมื่อตอนอายุเท่าเซียนเยียนอวี่ก็ยังมีพลังปราณเพียงขั้นราชันยุทธการเท่านั้น
สีหน้าของชายวัยกลางคนเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน คิดถากถางอยู่ในใจว่าปู้ฟางช่างไม่ประมาณตนเองและรนหา