ี่ตามองคนตรงหน้าเพื่อระบุตัวตน
ราวกับว่าชายในเรือเล็กเพิ่งสังเกตเห็นเรือขนาดใหญ่ข้างหน้า พลังปราณน่าสะพรึงกลัวระเบิดออกมาจากร่างร่างนั้น ขณะที่เรือเล็กใต้เท้าก็เร่งความเร็วขึ้นมาอย่างปุบปับ คลื่นขนาดมหึมาที่ด้านหลังเป็นตัวส่งกำลังที่ทำให้เรือน้อยเร่งความเร็วได้มากขึ้น
“ขั้นนักพรตยุทธการหรือ” จีเฉิงอวี่กล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย
“ถูกแล้ว… เขาน่าจะมาเพราะท่าน ราชาอวี่ หรือจะเป็นหัวหน้าขันทีเหลียนที่ต้องการจับตัวท่านกัน” เจ้ารู่เก๋อ
กล่าว มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย
เรือลำน้อยค่อยๆ เร่งความเร็วมากขึ้นท่ามกลางสายตาของคนทั้งคู่ ร่างที่อยู่ในเรือใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เช่นกัน ในที่สุดพวกเขาก็เห็นได้อย่างชัดแจ้งว่าผู้ที่ยืนอยู่ในเรือลำเล็กนั้นเป็นใคร
เหลียนฟู่สวมชุดคลุมปักลายและเครื่องหัวประจำตำแหน่ง ใบหน้าขาวกระจ่าง ผมสีขาวสะบัดไหวไปด้านหลังเพราะลมทะเลรุนแรง“ราชาอวี่… ในที่สุดข้าน้อยก็พบตัวท่านจนได้”
เหลียนฟู่มองจีเฉิงอวี่ที่กำลังยืนอยู่บนเรือขนาดใหญ่ ตอนนั้นเองลำแสงเจิดจ้าก็ระเบิดออกมาจากดวงตาของขันทีชรา
…
น้ำในแม่น้ำกลืนกินเมืองนครใต้ไปเกือบครึ่งเมือง เสียงดังสนั่นที่ประตูเมืองยังคงสะท้อนก้องไปทั่ว เนื่องจากปลาอสูรมังกรพินาศยังพยายามดิ้นรนแทรกตัวเข้ามาไม่หยุดยั้ง
รอยแตกร้าวจากการถูกกระแทกปรากฏขึ้นบนกำแพงเมืองเรื่อยๆ จนดูราวกับว่ามันจะถล่มลงมาเมื่อใดก็ได้
ผู้ฝึกตนขั้นจักรพร