ปู้ฟางตักเต้าฮวยผิวนุ่มเหมือนแพรไหมขึ้นมาเต็มช้อน น้ำขิงสีแดงที่ข้นเล็กน้อยไหลหยดลงจากขอบช้อนกระเบื้อง ไอร้อนสีขาวกระจายออกจากเนื้อเต้าฮวย มาพร้อมกลิ่นหอมละมุนควบคู่กับกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของขิง
เขาส่งช้อนเข้าปาก รสสัมผัสอ่อนนุ่มลื่นละไมแพร่กระจายอยู่ในปาก แหวกว่ายไปตามลิ้น หยอกเย้าต่อมรับรสจนทำให้ชายหนุ่มถึงกับดวงตาเป็นประกาย น้ำขิงนั้นมีรสหวานเจือเผ็ดที่ปลายลิ้น มันแทรกผ่านลิ้นและฟันทำให้เขารู้สึกปลื้มปริ่มเป็นอันมาก
เต้าฮวยนุ่มนวลไหลเข้าช่องปากของเขา แล้วลื่นลงคอเข้าท้องไปโดยแทบไม่ต้องเคี้ยว ทำให้ร่างกายอุ่นขึ้นมาทันที
เมื่อปู้ฟางส่งคำแรกเข้าปาก ดวงตาของเขาก็หยีเล็กเช่นเดียวกับเซียวเยียนอวี่ ชายหนุ่มต้องยอมรับว่าอาหารจากแผงเล็กๆ ข้างทางของพ่อค้าแม่ขายอย่างท่านป้าคนนี้ มาพร้อมรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เสมอ รสชาติของมันถึงเครื่องต้นตำรับจนทำให้รู้สึกสบายใจเป็นอย่างมาก
ไม่นานชามของปู้ฟางก็ว่างเปล่า ความจริงป้าเจ้าของร้านให้เต้าฮวยมาเยอะทีเดียว แม้แต่เซียวเยียนอวี่ก็ยังกินหมดไปครึ่งชามเท่านั้น
ทว่าปู้ฟางกลับกินจนชามสะอาดไม่เหลือสักหยด ทว่าก็ไม่ได้แปลว่ารสชาติของเต้าฮวยจะยอดเยี่ยมไร้ที่เปรียบแต่อย่างใด หากเทียบกับน้ำแกงเต้าหู้หัวปลาที่ร้านเขาแล้ว ระดับความอร่อยยังจัดว่าห่างกันเป็นโยชน์ อย่างไรเสียวัตถุดิบที่ใช้ทำเต้าฮวยก็ไม่ใช่ของล้ำค่าหายาก แต่เคล็ดลับของมันอยู่ที่การกินแล้วรู้สึกเหมือ