นได้ย้อนรำลึกความหลังครั้งวันวานนั่นเอง
เป็นความรู้สึกสงบนิ่งราวกับได้ไหลไปตามกระแสธารของวันเวลา อ่อนโยนไม่ต่างจากสายน้ำแผ่วเบาที่ช่วยปลอบประโลมกายและใจ
ปู้ฟางเลียริมฝีปากขณะยังตกอยู่ในห้วงความคิด นี่เป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัวเวลาที่เขากินเต้าฮวยตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็กน้อย ทำให้ชายหนุ่มดูน่ารักไร้เดียงสาขึ้นไม่น้อย
หญิงสูงวัยเจ้าของแผงมองปู้ฟางด้วยแววตาใจดี ริมฝีปากยิ้มบาง
“พ่อหนุ่ม เอาอีกชามสิ ข้ามีเยอะแยะเลยทีเดียว”
“ข้าพอแล้ว ขอบคุณท่านป้ามาก เต้าฮวยของท่านอร่อยจริงๆ” ปู้ฟางยกมุมปากขึ้นยิ้มอบอุ่น แต่ก็ดูแข็งทื่อไปในเวลาเดียวกัน…
สวรรค์โปรด! เถ้าแก่ปู้ยิ้ม!
เซียวเยียนอวี่เกือบสำลักเต้าฮวยที่เพิ่งส่งเข้าปาก เถ้าแก่ปู้ที่ปกติหน้าตาตายด้านเหมือนถูกฟ้าผ่าจนแข็งทื่อกำลัง… ยิ้ม!
นางมองจ้องปู้ฟาง ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกไม่สบายใจบอกไม่ถูก
“เจ้ามองอะไร” ปู้ฟางหันไปมองหญิงสาวหน้าตายพลางเอ่ยถามเสียงเรียบ
เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มกลับมาเป็นคนเย็นชาคนเดิมแล้ว เซียวเยียนอวี่ก็ยิ้มออกมา หญิงสาวตัวสั่นเทิ้มขณะหัวเราะดังลั่น
จากนั้นเซียวเยียนอวี่ก็รีบกินเต้าฮวยในชามจนหมดแล้วส่งชามกระเบื้องเปล่ากลับให้ป้าเจ้าของแผง
ปู้ฟางหยิบเหรียญทองออกมาส่งให้หญิงสูงวัย
“พ่อหนุ่ม นี่เยอะเกินไปแล้ว ให้ข้าแค่เหรียญทองแดงเดียวก็พอ” เมื่อเห็นเหรียญทองที่ปู้ฟางยื่นให้ นางก็รีบโบกมือปฏิเสธทันที ราคาเต้าฮวยสองชามไม่ได้แ