ตอนนี้พ่อครัวแม่ครัวฝึกหัดก็ได้มาครบสองคนแล้ว แถมแต่ละคนยังมีพรสวรรค์ไม่น้อยด้วย แม้อาหารที่อวี่ฝูทำจะเทียบชั้นกับอาหารของปู้ฟางไม่ได้ แต่ก็ทำให้ลูกค้าอยากเสียเงินซื้อมากิน ซึ่งนับว่าเป็นพัฒนาการครั้งใหญ่
เซียวเสี่ยวหลงเพิ่งมาเป็นพ่อครัวฝึกหัด ดังนั้นจึงต้องฝึกฝนและสั่งสมประสบการณ์อีกพักใหญ่กว่าจะเทียบชั้นอวี่ฝูได้
ทั้งหมดนี้ต้องอาศัยเวลาในการฝึกฝน เพราะทักษะการทำอาหารนั้นไม่ใช่สิ่งที่จะบรรลุกันได้ภายในข้ามคืน เหล่าพ่อครัวแม่ครัวตัวจริงต่างผ่านการฝึกฝนมานับครั้งไม่ถ้วนกว่าจะมีความสามารถถึงขั้นนี้
ครึ่งเดือนให้หลัง ปู้ฟางยังคงอยู่ที่ร้านเพื่อสอนทักษะการทำอาหารและวิธีการประกอบอาหารจานเด็ดของร้าน ได้แก่ ข้าวผัดไข่ ซี่โครงเปรี้ยวหวาน และเนื้อตุ๋นตำรับจีนให้อวี่ฝูและเซียวเสี่ยวหลง
ทุกเช้าเสียงที่ส่งออกมาเป็นจังหวะจะดังก้องไปทั่วร้าน มันคือเสียงของมีดและเขียงที่กระทบกันนั่นเอง
ทั้งปู้ฟาง เซียวเสี่ยวหลงและอวี่ฝูต่างพิถีพิถันมากตอนที่จับมีดหั่นวัตถุดิบต่างๆ นั่นเพราะมันคือการฝึกฝนทักษะการใช้มีดของพวกเขา
เซียวเสี่ยวหลงตั้งใจจะพักอยู่ในร้านแต่ปู้ฟางปฏิเสธ เพราะที่ร้านนั้นมีห้องนอนแขกเพียงห้องเดียวซึ่งตอนนี้เป็นของอวี่ฝูไปแล้ว แม้รูปร่างของเซียวเสี่ยวหลงจะเพรียวบาง หน้าตาออกไปทางสะสวย แต่อย่างไรก็เป็นผู้ชาย และปู้ฟางก็ตระหนักดีว่าเขาควรจะแยกคนทั้งสองเพศออกจากกัน
ตอนนี้ร้านเข้าที่เข้าทางดีแล้ว