์ของข้า พวกเจ้าจะอยู่ใต้เงาข้าไปตลอดไม่ได้ ข้าหวังให้พวกเจ้าเดินตามเส้นทางของตัวเองและมีเป้าหมายในชีวิต สิ่งแรกที่พวกเจ้าทั้งสองต้องพัฒนาก็คือความมั่นใจ” ปู้ฟางพูดด้วยน้ำเสียงจริงใจ “การที่ข้าจะไม่อยู่ร้านชั่วคราวก็เพื่อให้พวกเจ้าได้ฝึกความกล้า อย่าทำให้ข้าผิดหวังเล่า”
เอ่อ…เซียวเสี่ยวหลงและอวี่ฝูรู้สึกซาบซึ้งไม่น้อย แต่พอคิดดูดีๆ คำพูดของเถ้าแก่ปู้ก็ฟังดูพิกลๆ
“เอาละ พวกเจ้าฝึกใช้มีดและฝึกแกะสลักไปเสีย ข้าจะเก็บของหน่อยเพราะอีกสี่ชั่วยามก็ต้องไปแล้ว” ปู้ฟางโพล่งออกมาขณะเก็บเครื่องปรุงอาหารและวัตถุดิบใส่กระเป๋าคลังเก็บ
เซียวเสี่ยวหลงและอวี่ฝูต่างมองตากัน แต่สิ่งที่พวกเขาเห็นล้วนเป็นความวิตกกังวลในสายตาของอีกฝ่าย สุดท้ายทั้งสองก็ต้องดูแลร้านกันเอง จึงไม่แปลกที่จะรู้สึกหวั่นวิตก
“ใจเย็น อย่าสติแตก เถ้าแก่ผู้นี้เชื่อใจพวกเจ้า” ปู้ฟางกล่าวพลางกวาดขวดมากมายออกจากตู้
หลังจากเตรียมวัตถุดิบเสร็จ ปู้ฟางก็เริ่มทำอาหาร เขาทำซี่โครงเปรี้ยวหวานให้เจ้าดำ พอลูบขนมันเงาสีดำของมันแล้ว ชายหนุ่มก็ขึ้นห้องไป
เวลาสี่ชั่วยามใกล้จะหมดลงแล้ว ปู้ฟางได้ยินเสียงของระบบดังขึ้นในศีรษะ
“แผนที่ร้านอาหารต่างโลกเริ่มดำเนินการ ทุกกล้องพร้อม…”
ทันทีที่เสียงของระบบเงียบลง ภาพตรงหน้าของปู้ฟางก็พร่าเบลอไป ห้องที่ตอนแรกสว่างไสวพลันมืดมิด ราวกับว่าเขากำลังเดินทางผ่านห้วงดาราจักรอย่างไรอย่างนั้น
ทันทีที่เหล่าดวงดาวหายไป จ