ทุกคนในท้องพระโรงต่างกลั้นหายใจพลางหันไปมองจีเฉิงเสวี่ยที่นั่งอยู่บนบัลลังก์เพื่อรอคำตอบ พวกเขาต่างอยากรู้ว่าจักรพรรดิหนุ่มจะตอบรับคำขอของเหลียนฟู่หรือไม่ และจะประทานพระราชานุญาตให้เหลียนฟูออกเดินทางไปจับตัวจีเฉิงอวี่หรือเปล่า หากใช่ นี่ก็ถือเป็นการวางแผนสังหารกันเองในหมู่พี่น้องเลยทีเดียว
จีเฉิงเสวี่ยครุ่นคิดอย่างหนัก เขาสองจิตสองใจจนไม่สามารถตัดสินใจได้ เนื่องจากถึงอย่างไรทั้งสองก็เป็นพี่น้องพ่อเดียวกัน การต้องตัดสินใจอะไรเช่นนี้เป็นเรื่องที่ยากลำบากอย่างยิ่งสำหรับชายหนุ่ม
แต่ตัวเขาเองก็รู้สึกว่าหากปล่อยให้จีเฉิงอวี่วิ่งเล่นอยู่ในโลกภายนอก ไม่ช้าก็เร็วอีกฝ่ายต้องกลายมาเป็นศัตรูตัวร้ายและเป็นภัยต่อความมั่นคงของอาณาจักรแน่ ทันทีที่จีเฉิงอวี่รวบรวมกำลังพลได้มากพอ เขาต้องพยายามกลับมาทวงบัลลังก์ ไม่มีทางที่คนอย่างจีเฉิงอวี่จะปล่อยให้จีเฉิงเสวี่ยนั่งเสวยสุขอยู่บนบัลลังก์อย่างสบายใจต่อไปแน่
“ข้าอนุญาต”
หลังจากที่คิดอยู่เป็นนาน จีเฉิงเสวี่ยก็พูดออกมาในที่สุด จากนั้นเขาก็หลับตาลงแล้วไม่พูดอะไรอีก ทุกคนในท้องพระโรงยังคงไว้ซึ่งความเงียบงัน
การว่าราชการในท้องพระโรงสิ้นสุดลงแล้ว บรรดาขุนนางชั้นสูงทั้งหลายต่างพากันออกจากท้องพระโรงไป แต่จีเฉิงเสวี่ยกลับดึงตัวเซียวเหมิงเอาไว้ ทำให้อีกฝ่ายงุนงงมิใช่น้อย
จักรพรรดิหนุ่มขยับตัวลุกออกจากบัลลังก์แล้วเดินวนไปวนมาในท้องพระโรง ดวงตาของเขามืดมนด้วยความทุก