งรู้สึกเหมือนถูกจับออกจากน้ำร้อนโยนใส่ในน้ำเย็นอย่างไรอย่างนั้น
แต่นี่ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่แต่อย่างใด ไม่นานชายหนุ่มก็กลับมาตั้งใจทำอาหารได้อีกครั้ง
กลิ่นหอมลอยออกจากห้องครัว ทำให้ทั่วทั้งร้านหอมฟุ้งน่ารื่นรมย์
ยามอาทิตย์อัสดง ร้านที่ยุ่งวุ่นวายทั้งวันก็ปิดทำการ ปู้ฟางลากเก้าอี้มานั่งที่หน้าทางเข้าและกำลังพักผ่อนหย่อนใจสั้นๆ เขามองอาทิตย์ตกพลางถอนหายใจออกมาด้วยความสบายใจ
อวี่ฝูกับเสี่ยวอี้นั่งอยู่ข้างๆ กันในร้าน ทั้งสองเอาศีรษะมาสุมกันพลางหัวเราะคิกคักเป็นพักๆ ดวงตากลมโตของโอวหยางเสี่ยวอี้หยีเล็กจนเป็นสระอิ ขณะที่นางหัวเราะร่าอย่างมีความสุข
หลังจากที่พักเหนื่อยแล้ว โอวหยางเสี่ยวอี้ก็โบกมือลาปู้ฟางและอวี่ฝู นางออกจากร้านเพื่อกลับไปยังจวนโอวหยาง
ตอนนี้ในร้านเหลือเพียงปู้ฟางและอวี่ฝูเท่านั้น หญิงสาวกลับมากระวนกระวายและเงียบกริบดังเดิมเมื่อเด็กหญิงจากไป
“ไม่ต้องกังวลไป เจ้าควรทำใจให้สบาย อารมณ์ของเจ้ามีผลต่อการทำอาหารด้วยเช่นกัน” ปู้ฟางมองอวี่ฝูที่กำลังกระสับกระส่ายแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง
อวี่ฝูรีบยืดตัวตรง นางโค้งคำนับปู้ฟางพลางตอบรับเขาด้วยสีหน้าจริงจัง
ปู้ฟางยิ้มออกมา แม่นางคนนี้นี่…
“ข้าจะสอนอาหารจานที่เจ้าทำเมื่อวานก่อน ซึ่งก็คือข้าวผัดไข่ แต่ข้าวผัดไข่ของข้านั้นไม่เหมือนข้าวผัดไข่ที่เจ้าทำด้วยตนเองเมื่อวาน หวังว่าเจ้าจะทำตามได้โดยเร็ว” ปู้ฟางลุกขึ้นยืน ยืดเส้นยืดสาย แล้วประ