ีของข้าวเหตุใดมันถึงประหลาดขนาดนี้กัน”
เอื๊อก
ชายชราหนวดสั่นขณะกลืนน้ำลายด้วยความรู้สึกสยดสยอง
“ท่านปู่…ลองชิมดูสิเจ้าคะ! เอาเลย!” โอวหยางเสี่ยวอี้มั่นใจในอาหารของตนอย่างมากจนพูดคะยั้นคะยอออกมา
“แน่นอนอยู่แล้วหลานปู่ นี่เป็นครั้งแรกที่หลานปู่ทำอาหาร เช่นนั้น…ปู่จะลองชิมดูก็แล้วกัน แต่แค่คำเดียวนะ” ผู้เฒ่าโอวหยางหัวใจแทบตกลงไปอยู่ตาตุ่มตอนที่ตักข้าวในชามขึ้นมา เขาจงใจสั่นมือเบาๆ จนข้าวกว่าหนึ่งในสามร่วงกราวออกจากช้อน แต่ก็ไม่มีใครเห็นการกระทำนั้น
ชายชราเอาช้อนเข้าไปใกล้จมูกเพื่อลองดมดู ทันใดนั้นกลิ่นเหม็นไหม้ก็พุ่งเข้าใส่หน้าอย่างไม่ปราณีปราศรัย ริมฝีปากของผู้เฒ่าโอวหยางสั่นสะท้าน พลันรู้สึกสยองขึ้นมาในอก “แม่หนู…ท่านปู่ของเจ้าจะลองชิมแล้วนะ” ผู้เฒ่าโอวหยางประกาศพร้อมทำจมูกบาน
“ท่านปู่! ข้าจะต้องชนะใจเถ้าแก่ปู้ด้วยข้าวผัดไข่ชามนี้ให้ได้!” โอวหยางเสี่ยวอี้เช็ดหน้าเช็ดตาตัวเองอีกครั้งแล้วประกาศด้วยความมั่นใจล้นเหลือ
ผู้เฒ่าโอวหยางทำได้เพียงฝืนยิ้ม ชนะใจรึ น่าจะตอกฝาโลงมากกว่า…
ลองคิดดูว่าจะเป็นเรื่องตลกร้ายเพียงไหนกัน หากเถ้าแก่ปู้ที่รอดชีวิตจากบรรดาขั้นเทพแห่งสงครามทั้งหลายทั้งปวงมาได้ แต่กลับต้องมาตายอย่างไร้ท่าเพราะข้าวผัดไข่หนึ่งชาม
“กินสิ!” โอวหยางเสี่ยวอี้มองตาแข็ง
และแล้วผู้เฒ่าโอวหยางก็เทข้าวผัดไข่ในช้อนใส่ปากตนเอง
พลันใบหน้าของเขาก็ซีดเผือด สีหน้าสับเปลี่ยนถึงสามรอบภายในลมหาย