ณ ท้องพระโรงของวังหลวง จีเฉิงเสวี่ยในชุดสีทองของจักรพรรดิกำลังเดินไปเดินมา เอามือไพล่หลัง หน้าอกผึ่งผาย ใบหน้าเต็มไปด้วยความกระวนกระวาย
ชายหนุ่มเดินช้าลงเป็นบางทีจากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมองไปในระยะไกล คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากัน ยากที่จะบอกว่ากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่
ทันใดนั้นเสียงแหลมของขันทีหนุ่มก็ดังขึ้นจากด้านนอกท้องพระโรง
“องค์จักรพรรดิ ท่านแม่ทัพเซียวเหมิงขอเข้าเฝ้าพะย่ะค่ะ”
เสียงสูงดังสะท้อนท้องพระโรง ใบหน้าของจักรพรรดิหนุ่มเปลี่ยนเป็นยินดีขึ้นมาเล็กน้อย เขารีบเอ่ยตอบ “ให้เข้ามาได้”
เซียวเหมิงอยู่ในชุดเกราะเต็มยศ เขาก้าวเข้าท้องพระโรงหลวงมาด้วยสีหน้าจนปัญญาและรอยยิ้มขื่น
เมื่อเห็นว่าจีเฉิงเสวี่ยกำลังก้าวยาวๆ ตรงมาหา เซียวเหมิงก็รีบปรับสีหน้าขมขื่นก่อนหน้านี้ทันที จากนั้นก็โค้งคำนับต่ำเพื่อแสดงความเคารพองค์จักรพรรดิ แม้จีเฉิงเสวี่ยจะเด็กกว่าเขาหลายปี แต่เซียวเหมิงก็ต้องการปฏิบัติตามประเพณีของราชสำนัก เนื่องจากจีเฉิงเสวี่ยมีศักดิ์เป็นผู้ครองแผ่นดินเหนือบัลลังก์
“แม่ทัพเซียว เรื่องร้านนั่น… เรียบร้อยดีหรือไม่” จักรพรรดิหนุ่มถามด้วยความกระวนกระวาย
นี่เป็นเรื่องที่เขาต้องให้ความสนใจเป็นอย่างมากเนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่เกิดภายในนครหลวง ทั้งยังมีบรรดาขั้นเทพแห่งสงครามเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ขออย่าให้คนเหล่านี้โกรธแค้นจากการพลาดสมบัติ แล้วเอาความไม่พอใจนั้นมาลงกับนครหลวงเลย ถ้าเป็นเช่นนั้นเ