…จะปลอดภัยหรือไม่เจ้าคะ” เยี่ยจึหลิงถามด้วยความสงสัย นางหันไปมองหน้าหนี่หยัน แล้วก็เห็นว่าอีกฝ่ายกำลังกัดริมฝีปากตนเองขณะตัดสินใจ พลังปราณในร่างกายเริ่มหมุนวน
เยี่ยจึหลิงตื่นตกใจ “พี่หญิงจะเข้าไปสู้ด้วยหรือเจ้าคะ”
“สู้รึ สู้อะไรกัน เจ้าจงเป็นเด็กดีแล้วไปอยู่กับตาแก่ขี้เมาเถิด ข้าจะไปช่วยเถ้าแก่ปู้” หนี่หยันดุพลางเอามือเคาะศีรษะของเยี่ยจึหลิง
นางรู้ดีว่าปู้ฟางมีทั้งหุ่นเชิดที่น่ากลัวอย่างเจ้าขาว…และสุนัขสีดำตัวนั้น แต่คู่ต่อสู้ของเขามีจำนวนมากเกินไป ปริมาณคนที่พุ่งเข้าใส่ร้านนั้นแออัดจอแจจนเคลื่อนไปข้างหน้าแทบไม่ได้ พลังปราณที่ทุกคนปล่อยออกมารุนแรงมากเสียจนทำให้กำแพงตรอกพังลงมาได้เลยทีเดียว
ด้วยความที่ตอนนี้มีขั้นนักพรตยุทธการอยู่เป็นจำนวนมาก ดังนั้นพลังของพวกเขาเมื่อรวมกันแล้วจึงมากพอที่จะต่อกรกับขั้นเทพแห่งสงครามได้
“นี่ไม่ใช่เวลามาพูดพร่ำทำเพลง” หนี่หยันถลึงตามอง จากนั้นก็ปล่อยพลังปราณเที่ยงแท้ออกจากร่างกาย นางกระโจนไปในอากาศเพื่อกันร่างสองร่างที่กำลังพุ่งเข้าใส่ร้านเอาไว้ จนเผยให้เห็นเรียวขาขาวราวหิมะ
“พวกเจ้า ไสหัวไปให้หมด!!”
หนี่หยันกระทืบเท้า พลังปราณไหลบ่าออกจากไหล่ นางเอื้อมมือไปคว้าตัวขั้นราชันยุทธการสองคนที่อยู่ใกล้ๆ เอาไว้ แล้วโยนคนทั้งคู่กลับไปในฝูงชนดังเดิม
ตึง ตึง!
ขั้นราชันยุทธการทั้งสองคนนั้นถูกฝูงชนที่กำลังบ้าคลั่งด้วยความโลภกระแทกอย่างรุนแรง จนกระอักเลือดออกมาก่อน