้นจักรพรรดิยุทธการสองคนที่อยู่ใกล้ที่สุดออกเหมือนผ่าผลแตงโม
เลือดข้นไหลทะลักออกมา แต่ก็ไม่ได้ทำให้ฝูงชนล่าถอยไปแต่อย่างใด กลับทำให้กระหายเลือดมากขึ้นอีก
หนี่หยันและเยี่ยจึหลิงที่ยังคงสาละวนอยู่กับการต่อสู้เริ่มถอยร่นมาเรื่อยๆ พวกนางเคลื่อนที่มาจนถึงด้านหน้าตัวปู้ฟาง สภาพยับเยินดูไม่ได้เลยทีเดียว
“เถ้าแก่ปู้…เป็นบ้าไปแล้วหรือ! เหตุใดจึงกล้าหาเรื่องคนมากมายถึงเพียงนี้!” เสียงของหนี่หยันดูโกรธเคืองเล็กน้อย นางไม่เข้าใจว่าปู้ฟางคิดอะไรอยู่กันแน่
คนที่คุ้นเคยกับปู้ฟางดีต่างพากันมาช่วยกันฝูงชนออกไป พร้อมถอยร่นไปที่ปากทางเข้าร้าน
สภาพของเซียวเหมิง อู๋อวิ๋นไป่ และคนอื่นๆ เองก็ดูไม่ได้เช่นกัน
ปู้ฟางกวาดสายตามองคนที่มาช่วยเขาแล้วดวงตาก็พลันอ่อนลง แต่เมื่อหันกลับไปมองบรรดาฝูงชนที่ถูกความโลภบังตา เขาก็พลันเย็นชาขึ้นมาอีกครั้ง
“เจ้าสุนัขขี้เกียจ คนพวกนี้…ไม่ต้องออมมือ” ชายหนุ่มพูดเสียงเย็น เป็นครั้งแรกที่เสียงของเขาเคลือบแฝงด้วยรังสีสังหาร
ปากและจมูกเจ้าดำกระตุกทันที ดวงตาของมันดูมีแววตื่นเต้นเต็มที่
“ไม่ต้องออมมือเช่นนั้นรึ เยี่ยมเลย…” มันแลบลิ้นออกมาเลียริมฝีปาก เผยให้เห็นฟันขาวคมกริบ
“ความโลภเป็นเหตุแห่งภัยชั่วร้ายทั้งปวง…เจ้าพวกมนุษย์มุทะลุเอ๋ย” เสียงสงบนิ่งของบุรุษดังไปทั่วตรอก
จ่านคงที่อยู่ในฝูงชนชะงักไป เขาจับได้ถึงความอันตรายร้ายแรงที่ทำให้หัวใจพลันเต้นระส่ำ
วิ่ง!
จ่านคงหันหลังกลับแล้วร