กิดขึ้นออกไปจากสมองเหลือเกิน
หนวดของเทียนซวีจึลุกชันด้วยความหวาดกลัว แม้เขาจะรู้สึกเหมือนตรอกนั้นเป็นฝันร้าย แต่ก็ทิ้งผลตื่นรู้ทางห้าสายและความหวังที่จะบรรลุขั้นเทพแห่งสงครามไปไม่ได้
“ฮ่าๆๆ! นครหลวงมีชีวิตชีวาดีแท้วันนี้ ดูเหมือนว่าทุกคนจะเข้าไปรุมทึ้งต้นตื่นรู้ทางห้าสายกันแล้ว จึ๊ๆๆ”
เสียงฝีเท้าลาเหยียบก๊อบๆ ลงบนพื้นของนครหลวงดังแจ่มชัด ชายชราขี้เมานั่งหัวเราะร่าพร้อมดวดสุราไปด้วยบนหลังลาคู่ใจ
หนี่หยันและเยี่ยจึหลิงกลอกตาใส่ตาแก่ขี้เมา ทั้งสองรีบวิ่งแซงอีกฝ่ายไป หายลับไปกับตาอย่างรวดเร็วราวกับเป็นนกกระจอกสองตัว
…
ดวงตาของเจ้าขาวกะพริบวาบ แสงสีม่วงเย็นเยียบอาบไปด้วยแรงสังหารปลิดชีพ ทุกคนที่ได้รับอิทธิพลของพลังงานนั้นพากันเสียวสันหลังวาบ ขนลุกซู่ไปทั้งตัว
แขนข้างหนึ่งของเจ้าขาวกลายสภาพเป็นกระบี่เล่มใหญ่ยักษ์ เมื่อโบกสะบัดเพียงเล็กน้อยก็นำมาซึ่งพลังลมคมกริบรุนแรง
เซี่ยต้ามองเจ้าขาวด้วยสายตาพรุ่นพรึง หัวใจของเขาสั่นสะท้าน หุ่นเชิดนี่คือพญามัจจุราชชัดๆ
เปี้ยนฉางกงชี้คมหอกไปที่เจ้าขาวแล้วพูดด้วยเสียงแหบห้าว
“หมอนี่เป็นนักรบจากวิหารเทพเจ้าแห่งดินแดนป่ารกชัฏ ท่านพอจะมีเมตตาไว้ชีวิตเขาได้หรือไม่”
ใบหน้าของเซี่ยต้าเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ เขารู้สึกจุกหน้าอกจนพูดไม่ออก เป็นความรู้สึกอดสูที่จะไม่มีวันจางหายไป ตอนนี้เขาอยู่ในสภาพน่าสมเพชเสียจนต้องให้ตาแก่นี่มาร้องขอความเมตตาให้แล้วหรือ…ช่างน่าทุกข์