หมัดหนักยังคงรัวออกมาไม่หยุด ทำให้ทั้งตรอกสั่นสะท้าน เศษหินดินทรายกระจายไปทั่วท้องฟ้า
ฝุ่นหนาก่อตัวเป็นลมพายุ มันพัดหวีดหวิวเหมือนเสียงสัตว์โหยหวย
ตูม ตูม!
พลังที่มองไม่เห็นค่อยๆ หายไปในที่สุด
ปู้ฟางที่อยู่ในร้านรู้สึกได้ถึงกระแสพลังที่ซัดลงมาใส่หลังคา แต่พลังนั้นก็สลายหายไปด้วยพลังลึกลับจากภายในร้าน ใบหน้าของชายหนุ่มดูตกใจเล็กน้อย
“ฮ่าๆๆๆ! ข้าทำลายเจ้าได้แล้วสินะ!!”
เสียงระเบิดครั้งสุดท้ายตามมาด้วยเสียงหัวเราะดังลั่น พื้นตรอกกลายเป็นเพียงเศษอิฐเศษปูน
เจ้าดำนอนอยู่ตรงปากทางเข้าร้าน มันทำจมูกฟุดฟิด มองไปที่ตรงกลางซากปรักหักพังอย่างเฉื่อยชา มันเห็นทุกอย่างที่อยู่ในม่านหมอกอย่างชัดเจน
บรรดาผู้คนที่ยืนอยู่ไกลออกไปในตรอกต่างพากันสูดลมเย็นเข้าปอด นี่คือพลังของผู้ฝึกตนระดับแปดขั้นเทพแห่งสงคราม เพียงแค่ใช้ความแข็งแกร่งของร่างกายก็สามารถทำลายทุกอย่างให้ราบเป็นหน้ากลองได้แล้ว
การทำลายตรอกนั้นเป็นสิ่งที่พวกเขาเองก็ทำได้เช่นกัน แต่ต้องใช้พลังปราณช่วย หากไม่มีพลังปราณ ลำพังร่างกายของพวกเขาที่แม้จะแข็งแกร่งพอตัว ก็ไม่สามารถทำให้เกิดหายนะเช่นนี้ได้
“เชิ่งมู่…ไอ้…ไอ้หุ่นเชิดนั่นน่าจะระเบิดไปแล้วใช่หรือไม่!” ผู้ฝึกตนขั้นนักพรตยุทธการคนหนึ่งมีสีหน้าตื่นเต้นจนแทบจะยิงลำแสงออกจากตาได้
“ข้าจะไปตรัสรู้ได้อย่างไรเล่า! แต่ในเมื่อผู้อาวุโสเซี่ยลงมือเอง ป่านนี้มันคงกลายเป็นซากอ้อยไปแล้วกระมัง…ก็เขาเป็นถึงบุ